All posts by es se

“วัลเดซ” น็อก “เบอร์เชลท์” ยก 10 หยุดสถิตินาน 4 ปี กระชากแชมป์ WBC มาครองสำเร็จ

มิเกล เบอร์เชลท์ กำปั้นชาวเม็กซิกัน เจ้าของแชมป์ สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต ขึ้นสังเวียนพบกับ ออสการ์ วัลเดซ ยอดกำปั้นไร้พ่ายเพื่อนร่วมชาติ ที่สังเวียน เดอะ บับเบิ้ล, เอ็มจีเอ็ม แกรนด์, สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เปิดฉากยกแรก ออสการ์ วัลเดซ ผู้ท้าชิงใช้หมัดแย็บก่อกวนเล่นงานอย่างต่อเนื่องทำเอา แชมป์โลก เดินเข้าหาไม่ติดออกหมัดไม่ได้ถนัดอย่างที่ต้องการ จนเข้าสู่ยกสอง รูปเกมยังเป็นเหมือนเดิม แถมสถานการณ์ของ มิเกล เบอร์เชลท์ ดูไม่ค่อยดีเมื่อมีเลือดไหลออกจากจมูก

ยกสาม มิเกล เบอร์เชลท์ พยายามเดินบุกเร็วขึ้นแต่ก็ยังเข้าไม่ติดถูกแย็บซ้ายเล่นงานก่อกวนอยู่ตลอด ผ่านเข้าสู่ยกที่ 4 ออสการ์ วัลเดซ มาได้นับจากจังหวะที่ปล่อยฮุกซ้ายเข้าหน้าทำเอา เบอร์เชลท์ มีอาการก่อนตามซ้ำจนเซถลาไปติดเชือกทำให้กรรมการเข้าขวางพร้อมนับถึง 8 ก่อนโดนหมัดชุดเล่นงานแต่ก็เอาตัวรอดมาได้

ช่วงยก 7 – ยก 8 รูปเกมต้องบอกว่าเปิดศึกแลกหมัดกันแบบสุดสะใจ ทั้งคู่ไม่มีใครยอมใครจริงๆ เข้าสู่ปลายยก 9 วัลเดซ มาได้จังหวะอัปเปอร์คัทขวาเข้าปลายคาง ก่อนตามด้วยฮุกซ้ายส่ง เบอร์เชลท์ หล่นลงไปให้กรรมการนับอีกครั้ง แต่ก็ยังเอาตัวรอดจนหมดยก

เข้าสู่ยก 10 สภาพของ มิเกล เบอร์เชลท์ แชมป์โลกต้องบอกว่าบอบช้ำเกินทน ก่อนที่จะมาโดน ออสการ์ วัลเดซ ดึงจังหวะหลบก่อนปล่อยฮุกซ้ายเข้าหน้าจังๆ หลับกลางอากาศให้กรรมการยุติการชกไปในที่สุด

ทำให้ ออสการ์ วัลเดซ กลายเป็นแชมป์โลกคนใหม่หลังเป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 10 พร้อมทำสถิติชนะรวด 29 ไฟต์ (ชนะน็อก 23 ครั้ง)

ขณะที่ มิเกล เบอร์เชลท์ เสียเข็มขัดแชมป์หลังป้องกันมาได้อย่างยาวนานกว่า 4 ปี และไม่เคยแพ้ใครมานานกว่า 7 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่แพ้คือการแพ้น็อกให้กับ หลุยส์ เอดูอาร์โด้ ฟลอเรซ กำปั้นร่วมชาติ เมื่อปี 2014 เลยทีเดียว

“เจริญทอง” อดีตนักมวยเงินแสน เตรียมเปิดร้านขนมจีน เลี้ยงลูกน้องในค่าย ช่วงวิกฤตโควิด-19

Boxing-292

อดีตนักมวยเงินแสน เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง ผันตัวเองหารายได้เสริม เปิดร้านขนมจีนคลองจิก เลี้ยงลูกน้องในค่าย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโรคโควิด 19

วันที่ 3 ก.พ. 64 จากปัญหาการแพร่ระบาดของ covid-19 ส่งผลให้ เศรษฐกิจ ภายในประเทศพังเสียหาย มาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหลายประเภทต้องหาลู่ทาง และปรับเปลี่ยนการทำธุรกิจ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอ และอยู่รอดต่อไปได้

เจริญทอง ขุนมณี หรือ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง หรือครูเป็ด อดีตแชมป์มวยลุมพินี 4 รุ่น เจ้าของ ค่ายมวย เจริญทองเกียรติบ้านช่อง ย่านเหม่งจ๋าย แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เป็นอีก 1 คนที่ตัดสินใจ เปิดร้านขนมจีนคลองจิก โดยใช้พื้นที่หน้าค่ายมวยที่ยังว่างอยู่มาทำเป็นร้านอาหาร 

โดยเปิดร้านวันแรก เพื่อนๆ นักกีฬาต่างมาให้กำลังใจอุดหนุนกันคับคั่ง ไม้ว่าจะเป็น สมจิตร จงจอหอ นักมวยสากลสมัครเล่น เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก/สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อ ทีมชาติไทย ขวัญใจสาวๆ

เจริญทอง กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ covid-19 ที่ระบาด ในประเทศไทยรอบ 2

ส่งผลให้ รายได้จาก การเปิดยิม สอนมวยไทย รายได้สูญหาย ไปถึง 80% เดิมที เดือนนึงจะมีกำไร มากกว่า 2 แสนบาท แต่ตอนนี้ ตลอดทั้งเดือน มีรายได้ เหลือ ไม่ถึง 50,000 บาท

จึงไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ทั้งค่า เช่า สถานที่ ค่าน้ำค่าไฟ และค่าจ้างลูกน้อง อีก 4-5 ชีวิต ต้นจึงต้องปรับเปลี่ยน รวมถึงหาลู่ทางทำมาหากิน เพิ่มเติม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น จึงตัดสินใจเปิดร้านขายขนมจีนคลองจิก

ครูเป็ด ยังกล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่โควิด 19 ระบาด สถานการณ์ ของค่ายมวย ค่อนข้างแย่ ไม่ใช้เฉพาะค่ายมวยของตนเป็นทุกค่าย จากเมื่อก่อนมีเด็กมาเรียนในค่าย 20-30 คน ตอนนี้เหลือแค่เพียง 5-6 คน การหาอาชีพเสริมจึงจำเป็นสำหรับตนหากการขายขนมจีนไปได้ดี ก็ทำต่อ แต่ถ้าไม่เปลี่ยน โดยในอนาคตอันใกล้นี้ตนจะเปิดสอนมวยไทยออนไลน์ด้วย

สำหรับ ร้านขนมจีนคลองจิก เปิดเวลา 09.00-16.00 น. มีน้ำยาหลากหลาย ตั้งอยู่ที่หน้าค่ายมวยเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง ตรง 4 แยก เหม่งจ๋าย รามคำแหง 39 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ

“วันเฮง” กำปั้นไทยอดีตแชมป์โลก เตรียมเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง

Boxing-291

กลายเป็นที่กล่าวถึงในโลกออนไลน์เมื่อมีภาพของ ชยพล มูลศรี หรือชื่อในวงการมวย วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม อดีตแชมป์รุ่นมินิมั่มเวต สภามวยโลก (WBC) ขวัญใจชาวไทย กำลังยืนทำอาหารในร้านแห่งหนึ่ง

ซึ่งเมื่อแฟนหมัดมวยได้เห็นภาพดังกล่าว ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ถึงอนาคตของเจ้าตัวว่าแท้จริงแล้ว กำปั้นจอมเก๋าวัย 35 ปี ได้ตัดสินใจหันหลังให้กับวงการกำปั้นแล้วหรือยัง ถึงได้มาเปิดกิจการรับทำอาหารแบบนี้

ล่าสุด “ครูแหลม” พันโทสุภาพ บุญรอด เทรนเนอร์ส่วนตัวของ “ยักษ์แคระ” ได้ออกมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ว่า ตัวของวันเฮงนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องแขวนนวมอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ส่วนเรื่องที่มีภาพยืนทำอาหารนั้นเป็นเพียงการหารายได้เสริมเท่านั้น เพราะในตอนนี้เจ้าตัวยังรั้งรองแชมป์โลกอันดับ 1 ในพิกัด 105 ปอนด์ของสภามวยโลก มีสิทธิที่จะสามารถกลับไปทวงแชมป์โลกคืนได้

โดยเจ้าตัวได้เปิดร้านอาหารตามสั่งชื่อว่า “วันเฮงอาหารตามสั่ง & ผัดไทแชมป์โลกสูตรคุณยาย” ตั้งอยู่ที่ซอยอ่อนนุช 80 เขตประเวศ กทม. ใครผ่านไปก็ไปอุดหนุนเจ้าตัวกันได้

สำหรับ วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม มีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกรุ่นมินิมั่มเวต (105 ปอนด์) ของสภามวยโลก สามารถป้องกันแชมป์ได้มากถึง 12 ครั้ง ครองแชมป์โลกยาวนานถึง 6 ปี

นอกจานี้ยังเคยทำสถิติชนะรวด 54 ไฟต์ ทุบสถิติบนสังเวียนผ้าใบของ “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กำปั้นไร้พ่ายชาวสหรัฐฯ ที่ทำสถิติชนะรวด 50 ไฟต์ ลงได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาเสียแชมป์โลกไปในการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 13 กับ ปัญญา ประดับศรี (เพชรมณี ซีพีเอฟ) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา

ส่องภาพปัจจุบันของ “อี ชี-ยอง” ดาราสาวอดีตแชมป์มวยจากแดนเกาหลีใต้

Boxing-290

โดยล่าสุด อี ชี-ยอง วัย 38 ปี ได้ผันตัวมาเป็นยูทูเบอร์ด้านการท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีผลงานทางจอแก้วและจอเงินอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธออย่าง No Mercy เมื่อปี 2019 รวมถึงซีรีส์ในปีที่ผ่านมาอีกสองเรื่อง ได้แก่ SF8 และ Sweet Home ทางช่อง MBC และ Netflix ตามลำดับ

ด้านชีวิตครอบครัว อี ชี-ยอง แต่งงานกับนักธุรกิจ โจ ซึง-ฮยอน พร้อมให้กำเนิดบุตรชายเมื่อช่วงต้นปี 2018 ซึ่งช่วงที่เธอตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เธอเคยสร้างความฮือฮาด้วยการลงแข่งขันวิ่งมาราธอนมาแล้ว ซึ่งตอนนั้นเป็นประเด็นในเกาหลีใต้อย่างมาก เนื่องจากภาพลักษณ์สาวสวยบอบบางของเธอนั้นขัดแย้งกับความแข็งแกร่งทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการ ชกมวย และ วิ่งมาราธอน นั่นเอง

สำหรับ อี ชี-ยอง แจ้งเกิดในเรื่อง Boys Over Flowers หรือที่แฟนๆบ้านเราเรียกติดปากกันว่า เอฟโฟร์เกาหลี ในบท โอ มิน-จี เมื่อปี 2009

ก่อนจะคว้าแชมป์มวยสากลสมัครเล่นหญิง ของประเทศเกาหลีใต้ ในรุ่น 48 กิโลกรัม ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศเธอเอาชนะคู่แข่งได้แบบเอาต์คลาส 17-0 หมัดเลยทีเดียว

จากความสำเร็จบนเวทีมวย ทำให้ อี ชี-ยอง ได้โอกาสเก็บตัวเพื่อเป็นตัวแทนของทีมชาติเข้าร่วมศึกการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2016 แต่ได้รับบาดเจ็บเรื้อรังจนต้องแขวนนวมไปในปี 2015 และหันมาเดินหน้าเต็มตัวบนเส้นทางบันเทิงจนถึงปัจจุบัน

“อัสลาม ข่าน” นักชกชาวปากีสถานเลือดคั่งในสมองหมดสติคาเวที เสียชีวิต

Boxing-289

เกิดเรื่องเศร้าในวงการกำปั้นโลกอีกแล้วเมื่อมีรายงานข่าวว่า อัสลาม ข่าน นักชกอาชีพชาวปากีสถาน ได้เสียชีวิตหลังจากขึ้นชกในกรุงการาจี ประเทศปากีสถาน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา

เหตุการณ์สลดเกิดขึ้นในการชกมวยท้องถิ่น รุ่นพิกัด 80 กิโลกรัม เมื่อ อัสลาม ข่าน ถูกหมัดซ้ายของ วาลี่ ข่าน คู่ชกจนหงายหลังตึงลงไปนอนบนสังเวียนให้กรรมการนับถึง 10 แพ้ไปในที่สุด

ซึ่งจากนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้สติทำให้เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน อย่างไรก็ตามสุดท้ายแพทย์ก็ยื้อชีวิตไว้ไม่ได้เนื่องจากอาการสมองบวม ทำให้ครอบครัวต้องพบกับข่าวเศร้าครั้งใหญ่

หลังการเสียชีวิตของนักมวยชาวปากีสถาน ทำให้ อาเมียร์ ข่าน นักชกอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงชี้ว่าวงการมวยปากีสถาน จำเป็นต้องปรับปรุงในหลายด้าน โดยเฉพาะการสอนให้นักชกรู้จักป้องกันตัวให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

“มฤตยูดำ” ไมค์ ไทสัน อดีตราชากำปั้นโลก พร้อมคืนสังเวียน ในวัย 54 ปี

Boxing-288

ทำเอาแฟนกำปั้นอึ้งกันเป็นแถวสำหรับ “มฤตยูดำ” ไมค์ ไทสัน อดีตกำปั้นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน ที่ประกาศเตรียมหวนคืนสังเวียนอีกครั้งด้วยวัย 54 ปี ในไฟต์พิเศษที่จะพบกับ “ซูเปอร์แมน” รอย โจนส์ จูเนียร์ อดีตโคตรมวยแชมป์โลก 4 รุ่น กำปั้นวัย 51 ปี ที่เคยได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในโลกในช่วงยุค 90 จาก เดอะ ริงก์

โดยล่าสุด อดีตราชากำปั้นโลกรุ่นยักษ์ อวดสภาพร่างกายสุดฟิตเต็มไปด้วยมัดกล้าม ก่อนการชกในอีก 10 วันข้างหน้า หลังฝึกหนักกับ ราฟาเอล คอร์เดโร่ โค้ชผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของ MMA มาเรียกความฟิตเข้ายิมฝึกซ้อมฟิตร่างกายตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็อย่างที่เห็นกันก็คือ เจ้าของแชมป์เฮฟวี่เวตที่อายุน้อยที่สุดตลอดกาล สามารถกลับมามีสภาพร่างกายที่ฟิตเต็มถังอีกครั้งได้อย่างเหลือเชื่อ และเชื่อเลยว่าเกมการชกจะออกมาสนุกแน่นอน

สำหรับการชกพิเศษครั้งนี้จะมาในกติกามวยสากล กำหนกการชกแบบ 8 ยก ที่สเตเปิลส์ เซนเตอร์ ในลองแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ โดยมีวัตถุประสงค์คือหาเงินไปช่วยเหลือองค์กรการกุศล

“ไวลเดอร์ VS ฟิวรี่” มวยโลกรุ่นยักษ์ ได้รับการโหวตให้เป็น สุดยอดไฟต์แห่งปี 2020

Boxing-287

แฟนกำปั้นทั่วโลกเทคะแนนโหวตให้ ไฟต์รีแมตช์ของ ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ แชมป์โลกชาวมะกัน พบกับ “ยิปซีคิง” ไทสัน ฟิวรี่ ยอดนักชกชาวอังกฤษ เป็นเจ้าของตำแหน่ง “ไฟต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2020” ของทาง สภามวยโลก (WBC)

โดยเกมการชกของการเจอกันภาค 2 ต้องบอกว่าสนุกทีเดียว แต่เป็น ไทสัน ฟิวรี่ ที่ทำได้ดีกว่าเป็นฝ่ายเล่นงานแชมป์โลกลงไปกองให้กรรมการนับ 8 ได้ถึงสองครั้งในยกที่ 3

และยกที่ 5 ก่อนที่ท้ายสุดจะไปจบลงในยกที่ 7 เนื่องจากพี่เลี้ยงของ ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ ตัดสินใจโยนผ้า ก่อนที่กรรมการจะปรี่เข้ายุติการชกทันที

ทำให้ ไทสัน ฟิวรี่ ยอดนักชกชาวอังกฤษ คว้าเข็มขัดแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นเฮฟวี่เวท มาครองได้แบบสวยหรู พร้อมเข็มขัดเดอะริงก์ มาครองได้สำเร็จ รวมถึงยัดเยียดความปราชัยไฟต์แรกในชีวิตให้กับ ดีออนเตย์ ไวลเดอร์

“แอนโธนี โจชัว” ยอมรับ “รอย คีน” มีดีพอที่จะเป็นยอดนักชกผู้ยิ่งใหญ่

Boxing-286

แชมป์โลก 4 สถาบันชาวอังกฤษชี้ “รอย คีน” มีบุคลิกและคุณสมบัติที่เหมาะสม สำหรับการเป็นนักชกผู้ยิ่งใหญ่บนผืนผ้าใบ

แอนโธนี โจชัว เจ้าของแชมโลก 4 สถาบันในรุ่นเฮฟวีเวต ที่เพิ่งเอาชนะ คูบรัต ปูเลฟ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้ยกย่องอดีตกัปตันทีมจอมห่ามของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดว่า มีคุณสมบัติที่เหมาะกับการเป็นนักชกชั้นยอดแห่งวงการ

“เอเจ” ตอบคำถามของ DAZN ว่า “ถ้าให้ผมเลือกนักเตะสักคน ที่มีแววพอสำหรับการเป็นนักมวยชั้นยอด ผมขอเลือก รอย คีน”

“แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการนักเตะสักคนในแบบเขาอยู่ในทีม เพื่อพูดทุกอย่าง และไม่ทำในเรื่องที่ไร้สาระ เพราะในวงการมวย นี่คือคนในแบบที่คุณต้องการ เหมือนอย่าง เอริค คันโตนา เขาแค่เดินเข้ามา ตั้งปกคอเสื้อขึ้น แค่นี้ก็มีออร่าของการเป็นแชมป์แล้ว” โจชัว กล่าวปิดท้าย

สำหรับ แอนโธนี โจชัว ถูกคาดหมายว่าจะขึ้นชกชิงความเป็นหนึ่งในรุ่นเฮฟวีเวตกับ ไทสัน ฟิวรี เจ้าแชมป์โลก WBC รุ่นเฮฟวีเวต ในเร็ว ๆ นี้ หลังโปรโมเตอร์ดังอย่าง เอ็ดดี เฮิร์น แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง เผยว่า การเจรจารายละเอียดต่าง ๆ คืบหน้าไปมากแล้ว

“ปาเกียว” ยอดนักชกสุดเดือดตั้งค่าหัวคนร้ายคดีฆ่าข่มขืนนางงามฟิลิปปินส์

Boxing-285-1

“เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดนักชกชาวฟิลิปปินส์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหวกับเหตุการณ์สลดในบ้านเกิดเมื่อ คริสติน แองเจลิก้า ดาเซร่า แอร์โฮสเตสสาว ดีกรีรองอันดับ 1 Miss Silva Davao 2017 ถูกพบเสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่าในอ่างอาบน้ำของโรงแรม ย่านมาคาติ กรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 1 มกราคา ที่ผ่านมา

โดยตำรวจเชื่อว่าถูกแก๊งข่มขืนฆาตกรรม ในงานปาร์ตี้ฉลองปีใหม่ เนื่องจากพบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จากรายงานเผยว่า ผู้ตายอยู่กับเพื่อนๆ ในงานปาร์ตี้ฉลองปีใหม่ และอาจถูกวางยา

นอกจากนี้ ยังตรวจพบคราบอสุจิ ขณะที่ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ รอบบาดแผลทั้งต้นขาและหัวเข่า โดยผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ชาย 11 คน ที่อยู่กับผู้เสียชีวิตในโรงแรมวันเกิดเหตุ

จากเหตุการณ์สลดในครั้งนี้ถือเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ ส่งผลให้มีการตั้งแฮชแท็ก #JusticeForChristineDacera จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 ในฟิลิปปินส์ เพื่อเรียกร้องถึงความปลอดภัยของผู้หญิงและระลึกถึง Christine Angelica Dacera จากเหตุการณ์ครั้งนี้

ซึ่งทันทีที่ กำปั้นวัย 42 ปี รู้ข่าวก็ได้ประกาศตั้งรางวัลนำจับผู้ก่อเหตุเป็นเงินสูงถึง 500,000 เปโซ (ประมาณ 3 แสนบาท) สาเหตุก็เพราะเจ้าตัวนั้นรู้จักกับครอบครัวของ คริสติน เป็นการส่วนตัวนั่นเอง

“ผมจะให้เงินรางวัล 500,000 เปโซ กับผู้ที่ให้เบาะแสจนนำไปสู่กับจับตัวผู้ก่อเหตุ ผมรู้จักกับครอบครัวของเธอเป็นการส่วนตัวมาก่อนหน้านี้ ครอบครัวของเราสนิทกัน” นักชกดังเปิดใจกับ DZRH สถานีวิทยุในบ้านเกิด

สำหรับ แชมป์โลก 8 รุ่น ถือเป็นขวัญใจคนยากในประเทศฟิลิปปินส์ โดยตลอดการชกอาชีพเจ้าตัวน่าจะโกยรายได้ไปมากถึง 220 ล้านเหรียญ (ประมาณ 6,700 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังดํารงตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภา และได้รับการจัดอันดับให้เป็น ส.ว. ที่ประชาชนรักมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

“ก้องนภา” แลกหมัดเดือดกับ “นักชกญี่ปุ่น” ผงาดคว้าแชมป์ K-1 สำเร็จ

Boxing-304

ย้อนไปชมคลิปชัดๆ ของการแข่งขัน K-1 เวิล์ด กรังปรีซ์ 2020 เดิมพันเข็มขัดแชมป์รุ่นไลท์เวท ที่สังเวียน เรียวโกกุ โกคุกิกคัน, เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา

โดยเป็นการเจอกันของ เคนตะ ฮายาชิ นักชกเจ้าถิ่นเจ้าของเข็มขัดแชมป์ K-1 รุ่น 63 กิโลกรัม พบกับ ก้องนภา วีระศักดิ์เล็ก นักชกชาวไทย ดีกรีไม่ธรรมดา แชมป์ K-1 Krush รุ่น 63 กิโลกรัม

เปิดฉากมายกแรก กำปั้นเจ้าถิ่นเดินลุยขู่ทันทีออกหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัวต่อเนื่อง ขณะที่ นักชกชาวไทยยังเน้นดูเชิงตั้งการ์ดรัดกุม ดักเตะตัดล่างพร้อมทั้งมีหมัดซ้ายตรงที่ต่อยเล่นเอาแชมป์หน้าหงายไปหลายที

ยกสอง ก้องนภา เปลี่ยนแผนออกมาเดินบู๊ใส่ทันทีเตะตัดล่างบวกกับรัวหมัดแลกแบบไม่เกรงกลัว ด้านนักชกเจ้าถิ่นก็ไม่ยอมเดินบดแลกหมัดสวนชนิดไม่มีใครยอมใคร ท้ายยก ก้องนภา มาดักแทงเข่าเต็มๆ ทำเอาคู่ชกถึงกับหยุด

ยกสาม นักชกชาวไทย เดินสาดแข้งต่อเนื่องทำเอานักชกเจ้าถิ่นอ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด ท้ายยกทั้งคู่เปิดฉากแลกหมัดกันอย่างสนุกเรียกเสียงเฮจากแฟนได้ลั่นสนาม

ครบ 3 ยก กรรมการรวมคะแนนให้ก่อนชูมือให้ ก้องนภา วีระศักดิ์เล็ก เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 เสียง กลายเป็นแชมป์ K-1 รุ่น 63 กิโลกรัม ได้อย่างยิ่งใหญ่ รวมถึงยังเป็นเจ้าของแชมป์เข็มขัดเส้นเล็กอย่าง K-1 Krush รุ่น 63 กิโลกรัม อีกด้วย