All posts by es se

“ตะวันฉาย” เฉือนชนะคะแนน “เพชรมรกต” ชิงเข็มขัดแชมป์โลก “ONE มวยไทย” ไปครอง

ตะวันฉาย พี.เค.แสนชัยมวยไทย ยอดมวยวัย 23 ปี ผู้ท้าชิงอันดับ 1 กลายเป็นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต คนใหม่ หลังครบ 5 ยกเฉือนชนะคะแนน เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี แชมป์โลก ไปอย่างสนุก

คู่เอกของรายการ “เพชรมรกต” ขึ้นป้องเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต เป็นครั้งที่ 4 กับผู้ท้าชิงเบอร์หนึ่งของแรงกิง “ตะวันฉาย”

ภาพรวม 5 ยกทั้งคู่แลกอาวุธใส่กันมันหยด แบบไม่มีใครยอมใคร ผลัดกันรุกรับทั้งวงนอกและวงใน เล่นเอาคนดูลุ้นกันแบบหายใจไม่ทั่วท้อง

แต่บทสรุปกรรมการเห็นพ้องชูมือให้ “ตะวันฉาย” เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ กระชากเข็มขัดมาได้อย่างที่มุ่งมั่นตั้งใจ

เปิดค่าเหนื่อยของ “กาเนโล่” ที่ขึ้นชกกับ “โกลอฟกิ้น” ในไฟต์ล่าสุด

ศึกกำปั้นโลกเดิมพันแชมป์ 4 สถาบัน (WBC, WBA, WBO และ IBF) ระหว่าง ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ กำปั้นชาวเม็กซิกัน กับ “ทริปเปิ้ลจี” เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น ยอดกำปั้นชาวคาซัคสถาน ที่สังเวียน ที-โมบาย อารีน่า, เนวาด้า เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา

โดยผลการชกในไฟต์นี้ปรากฎว่าครบ 12 ยก ซาอูล อัลวาเรซ เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้แบบเอกฉันท์ 116-112, 115-113 และ 115-113 ป้องกันแชมป์โลก 4 สถาบัน และ เข็มขัด The Ring เอาไว้ได้อีกครั้ง

หลังจบไฟต์ ไมเคิ่ล เบนสัน ผู้สื่อข่าวสายมวยของ ทอล์คสปอร์ต สื่อดังในโลกกีฬา ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขค่าเหนื่อยของมวยคู่บิ๊กไฟต์ ที่มีการจัดมาแล้วถึง 3 ภาค หลังได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากบรรดาแฟนมวย

ซึ่งในรายของ ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ แชมป์โลกชาวเม็กซิกัน สามารถโกยเงินไปได้มากถึง 45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,660 ล้านบาท) ขณะที่ เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น ผู้ท้าชิงชาวคาซัคสถาน ได้ค่าตัวอยู่ที่ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 738 ล้านบาท)

ซึ่งในรายของ ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ แชมป์โลกชาวเม็กซิกัน สามารถโกยเงินไปได้มากถึง 45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,660 ล้านบาท) ขณะที่ เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น ผู้ท้าชิงชาวคาซัคสถาน ได้ค่าตัวอยู่ที่ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 738 ล้านบาท)

แถมตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมส่วนแบ่งค่าถ่ายทอดสดจาก PPV อีกต่างหาก ซึ่งหากรวมตัวเลขดังกล่าวด้วยแล้ว อาจทำให้ กำปั้นจังโก้วัย 32 ปี ในฐานะแชมป์จะโกยเงินจากการชกครั้งนี้ไปได้มากถึง 60 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) เลยทีเดียว

แข็งแกร่งเกินไป กรรมการมวยโดนหมัดนักมวยเข้าเต็มปลายคาง แต่ยังยืนได้แบบชิลๆ

หมัดนักมวยที่ว่าหนักๆ แต่เมื่อหวดเข้าหน้ากรรมการผู้ห้ามบนเวที ปรากฏว่าไม่มีแม้แต่อาการเมาหมัดให้เห็น

วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2565 เกิดเหตุไม่คาดฝันในไฟต์ศึกชิงแชมป์องค์กรมวยโลก WBO Global Title รุ่นครุยเซอร์เวต ที่ว่างระหว่าง มาริโอ อากีลาร์ นักชกวัย 31 ปี จากอาร์เจนตินา พบกับ แบรนดอน แกลนตัน นักชกวัย 30 ปี ชาวสหรัฐฯ ที่สังเวียนมวย Whitesands Events Center ในรัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ในกติกา 10 ยก

ในแมตช์ดังกล่าว ในช่วงยก 2 ของการแข่งขัน ขณะที่ทั้งคู่กำลังรัวหมัดใส่กัน กรรมการนามว่า โฮเซ ริเวรา พยายามที่จะเดินเข้าไปห้าม แต่ก็ถูก มาริโอ อากีลาร์ ที่กำลังเมาหมัดสวนเข้าไปเต็มปลายคาง แต่หลายคนคิดว่าเจ้าตัวจะล้ม ที่ไหนได้เจ้าตัวยืนเฉย และไม่เป็นอะไรทั้งนั้น ทำเอาผู้คนจำนวนมากต่างชื่นชมกรรมการรายนี้อย่างมากกับการไม่สะท้านกับหมัดของนักมวยแต่อย่างใด

หลังจากเกิดชอตหมัดเข้าหน้าได้ไม่นาน ขณะที่ อากีลาร์ กำลังรัวหมัดใส่ แกลนตัน จู่ๆ เขาก็เกิดอาการจุกขึ้นมากะทันหันจนต้องลงไปนั่งคุกเข่าให้กรรมการนับ 8 ก่อนแพ้น็อกในที่สุด ส่งให้ แกลนตัน คว้าแชมป์ WBO Global Title รุ่นครุยเซอร์เวตที่ว่างอยู่ไปครอง โดยการชกจบลงในยกที่ 2 หลังผ่านไป 1 นาที 9 วินาทีเท่านั้น

“นักสู้สาวออสซี่” ฉลองชัยบนสังเวียนศึก “BKFC” ด้วยการถลกเสื้อโชว์เต้า

กลายเป็นคลิปไวรัลที่กระจายไปทั่วโลกทันทีสำหรับการฉลองชัยชนะของ ไท เอเมรี่ นักสู้สาวชาวออสเตรเลีย ในการต่อสู้แบบมือเปล่า “แบร์ นัคเคิ่ล ไฟต์ติ้ง” BKFC THAILAND 3 ที่เวทีมวยชั่วคราวชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา

โดยหลังจากที่ นักสู้สาวชาวออสซี่ สามารถเผด็จศึก รุ่งอรุณ คุณชัย นักสู้สาวชาวไทย ไปได้แบบสวยงามด้วยการเอาชนะทีเคโอ ไปได้เพียงแค่ยกแรก เธอก็สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนกำปั้นด้วยการปีนเชือกก่อนเปิดเสื้อโชว์เต้าให้แฟนๆ เห็นกันแบบเต็มตา

งานนี้สร้างกระแสความดังให้กับ นักสู้สาววัย 35 ปี เป็นอย่างมาก แม้จะเพิ่งเปิดตัวเป็นไฟต์แรกในการต่อสู้แบบมือเปล่า แต่คลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปทั่วโลก มีคนดูจังหวะฉลองชัยของเธอมากทะลุ 5 ล้านครั้ง และชื่อของเธอก็กลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็ว

สำหรับ ไท เอเมรี่ ถือเป็นนางแบบแนวเซ็กซี่ OnlyFans เคยเล่นกีฬา Lingerie Football League (อเมริกันฟุตบอลที่ต้องใส่ชุดชั้นในลงแข่งขัน) ก่อนที่จะผันตัวมาฝึกซ้อมการต่อสู้อย่างหนัก พร้อมทั้งประเดิมสู้ในศึก BKFC ที่ประเทศไทย ซึ่งจากการฉลองชัยของเธอทำให้มียอดผู้ติดตามทะลุ 1 แสนคนหลังจบไฟต์ทันที

คลิปเหตุการณ์ฉลองชัย

เถียงกันทั้งโลก กับจังหวะปัญหา ที่ “ตอร์เรส” ฉวยโอกาสน็อก “บาเอซ” ในศึกมวยโลก

กลายเป็นประเด็นในวงการกำปั้นโลกทันทีสำหรับคู่มวยระหว่าง รูเบน ตอร์เรส กำปั้นชาวสหรัฐฯ กับ คริสเตียน บาเอซ นักชกชาวเวเนซูเอล่า ในการชกแบบ 10 ยก ที่สังเวียน โอเมเก้า โปรดักส์ อินเตอร์ฯ แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา

โดยจังหวะปัญหาเกิดขึ้นในช่วงยกที่ 7 เมื่อมีการเบรกหยุดเกม ก่อนที่นักมวยทั้งคู่จะแตะนวมกันเพื่อเป็นการเริ่มใหม่ อย่างไรก็ตาม รูเบน ตอร์เรส กลับฉวยโอกาสแตะนวมพร้อมทั้งปล่อยหมัดฮุกซ้ายเข้าปลายคางส่ง คริสเตียน บาเอซ หงายท้องลงไปนอนนับ 10 ก็ไม่ลุกก่อนแพ้น็อกไป

ซึ่งหลังจบไฟต์ กำปั้นวัย 24 ปี ที่คว้าชัยในไฟต์นี้พร้อมสร้างสถิติคว้าชัยรวด 19 ไฟต์ เปิดใจว่า “กฏข้อแรกของการชกมวยคือคุณต้องพร้อมป้องกันตัวตลอดเวลาหากอยู่บนสังเวียน ซึ่งไฟต์นี้เราทำผลงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม”

งานนี้ทำให้แฟนกำปั้นเสียงแตกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายว่าจังหวะดังกล่าวเหมาะสมหรือไม่ “นักมวยที่ขี้โกงในวงการกำปั้น” ขณะที่บางรายก็มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการต่อสู้ “มันไม่ใช่การโกง คุณกำลังอยู่ในการต่อสู้ และสัมผัสนวมกันแล้ว”

“จุน อามากิ” ริงเกิร์ลสาว Cup I ตัดพ้อเรื่องขนาดของหน้าอกตัวเองที่ใหญ่เกิน

แม้ช่วงหลังเธอจะห่างหายจากวงการกำปั้นไปนานพอสมควรสำหรับ จุน อามากิ ริงเกิร์ลสาวร่างเล็กเจ้าของมิติสุดเร้าใจ 42-23-36 แห่งศึกคิกบ็อกซิ่ง รายการ KNOCK OUT ของประเทศญี่ปุ่น ที่หันไปมุ่งมั่นกับงานถ่ายแบบกราเวียร์

โดยผลงานการถ่ายแบบโฟโต้บุ๊คเล่มล่าสุดของเธอต้องบอกว่าปังเอามากๆ สามารถทำยอดขายได้ถึง 10,000 เล่ม ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ติดชาร์จ Oricon Weekly BOOK Ranking อันดับ 12 ของประเทศเลยทีเดียว

เท่านั้นยังไม่พอเธอสร้างความฮือฮาเมื่อออกมาประกาศว่ากำลังมีปัญหากับขนาดหน้าอกที่ดูจะใหญ่เกินไปสำหรับตัวเธอ “ฉันคิดว่าฉันทนชุดชั้นในไม่ไหวแล้ว มันเหมือนกับกำลังจะระเบิด” สาวร่างเล็กทวีตข้อความปัญหาหนักอกของเธอ และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องห่างหายจากงานชูป้ายบนสังเวียนเนื่องจากต้องทนกับปัญหาอาการปวดหลัง

อย่างไรก็ตามดูเหมือนสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นปัญหา ด้วยความสูงเพียงแค่ 149 เซนติเมตร แต่กลับมีขนาดหน้าอกที่มหึมาถึง 42I (คัพไอ) กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้เธอมีผลงานถ่ายแบบมากมาย รวมทั้งสร้างเงินให้กับเธอเป็นอย่างมาก หลังทำเอาหนุ่มๆ แดนปลาดิบ ติดกันงอมแงมถึงขนาดที่มีกลุ่มแฟนคลับเฉพาะกิจ

สำหรับ นางแบบสาววัย 26 ปี ได้รับการจับตามองมาตั้งแต่สมัยเริ่มเข้าวงการถ่ายแบบเมื่อปี 2013 ผ่านงานในวงการบันเทิงแดนปลาดิบมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบ, เล่นหนัง, เป็นพิธีกรรายการทีวี และนักจัดรายการวิทยุ ด้วยความดังของเธอทำให้มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมมากถึง 1.8 ล้านคน

ประกาศเลิกชกมวย “แอนโธนี่” นักมวยฝรั่งเศสใจแตกสลาย หลัง “ปานเพชร” เสียชีวิต

ปานเพชร ผดุงชัยมวยไทย ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา หลังนอนหมดสติมานานร่วมสัปดาห์ จากอุบัติเหตุในการแข่งขันมวยไทย ไฟต์เตอร์ เอ็กซ์ ที่สนามมวยกองทัพอากาศ ธูปะเตมีย์ เมื่อวันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

ล่าสุด แอนโธนี่ ทีเอฟมวยไทย นักชกชาวฝรั่งเศส คู่ชกของกำปั้นผู้ล่วงลับในไฟต์ดังกล่าว ยังคงทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และออกมาประกาศว่าจะหันหลังให้กับการชก รวมถึงจะช่วยเหลือครอบครัวของ ปานเพชร จนกว่าทางครอบครัวของนักชกชาวไทยจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากตน

“ผมรู้ดีว่าผมไม่สามารถรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ผมคิดไม่ออก ผมช็อกหนักมาก ผมอาจชกเขาเยอะเกินไป บางทีกรรมการน่าจะนับเขาหลายครั้งในไฟต์นั้น ด้วยอายุ 25 ปี แต่เขาชกไป 80 ไฟต์ บางทีเขาอาจชกมวยบ่อยเกินไป แต่สุดท้ายการที่เขามาสู้กับผม 5 ยก มันเป็นการชกครั้งสุดท้ายของเขา”

“ผมรู้สึกว่าผมต้องรับผิดชอบบางอย่าง ไม่มีใครสามารถเอาเรื่องนี้ออกจากหัวของผมได้ แม้ว่าข้อความของแฟนๆ หรือใครจะโทรหาผมจะทำให้ผมใจเย็นลงได้ในตอนนี้ แต่ผมเสียใจอย่างสุดซึ้ง มันเป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้ มันเป็นเรื่องของโชคชะตา และผมจะไม่คัดค้านมัน ผมหวังว่าเขาจะจากไปอย่างสงบ”

“ผมให้คำมั่นสัญญากับแม่ของเขา, ภรรยาของเขา และลูกสาวของพวกเขา ผมจะช่วยเหลือทางการเงินพวกเขา จนกว่าพวกเขาจะบอกว่าไม่ต้องการมันอีกต่อไป”

“ในส่วนของตัวผม ผมใช้เวลาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว การต่อสู้ครั้งที่ 28 จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของผม ผมจะไม่กลับมาชกอีก ไม่ใช่เพราะผมไม่แข็งแรง แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะติดตัวผมไปตลอดชีวิต”

“ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่สมัยผมเริ่มเดินทางสายกำปั้น และขอโทษด้วยเพราะผมรู้ว่ามีบางคนที่เสียสละบางอย่างเพื่อหวังว่าผมจะสามารถก้าวไปอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ” นักชกชาวฝรั่งเศส เปิดใจผ่านโลกออนไลน์

“วารัตส์” เปิดใจหลังพ่ายให้กับ ยอดมวยไทย อย่าง “บัวขาว” ในศึก World Fight ที่กัมพูชา

ศึก World Fight Tournament ระหว่าง “ดำดอทคอม” บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักชกขวัญใจชาวไทย ที่ขึ้นชกกับ ดมิทรี วารัตส์ นักชกชาวเบลารุส ที่สนามกีฬาแห่งชาติ มรดก เตโช, กัมพูชา เมื่อวันพุธที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โดยผลการแข่งขันอย่างที่รู้กันไปก่อนหน้านี้ว่า ครบ 3 ยก กรรมการรวมคะแนนพร้อมชูมือให้ นักชกชาวไทยวัย 40 ปี เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้ และถือเป็นการหวนคืนสังเวียนอีกครั้งในรอบ 3 ปี หลังจากที่ติดปัญหาในเรื่องของการระบาดโควิด-19

อย่างไรก็ตามล่าสุด ดมิทรี วารัตส์ คู่ชกวัย 33 ปี ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงไฟต์นี้ว่า ไม่ค่อยพอใจกับสภาพพื้นเวทีกลางแจ้งที่ลื่นเนื่องจากฝนตกลงมา รวมถึงการพักชกระหว่างยกที่กินเวลายาวนานถึง 3 นาที เลยทีเดียว

ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิป และข้อความว่า “ไปดูความยุ่งเหยิงกัน ขอย้ำ! ผมไม่ได้หมายถึงผลการตัดสิน แต่ขอพูดถึงสภาพอากาศ และการพักระหว่างยกที่ยาวนานถึง 3 นาที ถ้าเกมการชกมียกที่ 4 ผมก็พร้อมที่สู้ต่อเหมือนกัน ขอบคุณเพื่อนๆ ครอบครัว และแฟนๆ ที่สนับสนุนผมมาตลอด” นักชกแชมป์โลก (I.F.M.A) เปิดใจ

สำหรับเกมการชกในไฟต์ดังกล่าวใช้กติกาคุนขแมร์ (คล้ายกติกา มวยไทย ออกอาวุธได้หมด หมัด เท้า เข่า และ ศอก) มีทั้งแบบชก 3 ยก และ 5 ยก โดยใน 1 ยก จะแข่งขันกัน 3 นาที พักยกละ 1-2 นาที แล้วแต่ทางฝ่ายจัดจะกำหนด

แต่กับเกมการชกครั้งนี้ที่ช่วงพักยกนานถึง 3-4 นาที น่าจะเป็นเพราะเรื่องของการโฆษณาระหว่างเบรกที่เข้ามาในรายการมากมายเหลือเกิน หลังจากที่ บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักชกขวัญใจชาวไทย เดินทางไปชกถึงกัมพูชา และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนๆ

คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ถอดสิทธิ์ IBA ไม่ให้จัดมวยโอลิมปิก 2024

ประเด็นที่ สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ หรือ ไอบา (IBA) ถูกเพิกถอนสิทธิ์จัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากปัญหาภายในองค์กรด้านความเป็นธรรมเรื่องการตัดสินและคอรัปชั่น ส่งผลให้ ไอบา ได้ดำเนินการปฏิรูปองค์กรอย่างหนัก เพื่อกลับมาเป็นผู้จัดการแข่งขันโอลิมปิก 2024 อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ไอบา พยายามนั้นยังไม่เป็นผล เมื่อ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี ได้ตัดสินใจเพิกถอนสิทธิ์ของ ไอบา ในการเป็นผู้จัดการแข่งขันมวยสากลในโอลิมปิก 2024 เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการกำกับดูแลภายในองค์กร นี่จึงนับเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกันที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะเป็นผู้จัดการแข่งขันมวยสากลเอง โดยไม่มีสหพันธ์กีฬานานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง

คิต แมคคอนเนล ผู้อำนวยการด้านการกีฬาของไอโอซี ระบุว่า ปัญหาภายในองค์กรยังคงมีปัญหา หลังจากที่การเลือกตั้งประธานไอบาครั้งใหม่ ระหว่าง อูมาร์ เครมเลฟ ชาวรัสเซีย กับ บอริส ฟาน เดอร์ วอร์สท์ ชาวเนเธอร์แลนด์ ที่มีการคัดค้านการสมัครเป็นผู้ท้าชิงจากคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสม จน ฟาน เดอร์ วอร์สท์ ถึงขั้นเดินเรื่องถึงศาลกีฬาโลก หรือ CAS ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้เขาสามารถลงท้าชิงตำแหน่งได้ ซึ่งนี่ถือเป็นจุดแตกหักที่ทำให้ไอโอซีเล็งเห็นถึงความไม่โปร่งใสที่ยังไม่สามารถเเก้ปัญหาได้

“การตัดสินใจครั้งนี้เน้นที่ตัวนักกีฬาเองเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการแข่งขันโอลิมปิก ไอโอซีจึงต้องเข้ามากำกับดูแลเอง และจะทำทุกอย่างเพื่อทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการจัดการแข่งขัน”

ขณะที่รูปแบบการคัดเลือกและการแข่งขันนั้นยังไม่มีการสรุปในประเด็นนี้ แต่การประกาศก่อนหน้านี้ มวยสากลโอลิมปิก 2024 จะชิงชัย 14 เหรียญทอง แบ่งเป็น ชาย 7 เหรียญทอง และหญิง 7 เหรียญทอง ส่วนมวยสากลโอลิมปิก 2028 ที่มีโอกาสถูกถอดออกจากการแข่งขัน ยังไม่มีการหารือเพิ่มเติม

ฟากของ ไอบา หลังจากทราบมติจากไอโอซี ก็ได้ยืนยันว่า จะจัดการเลือกตั้งประธานคนใหม่ในช่วงระหว่างวันที่ 24 กันยายน ถึง 1 ตุลาคม เพื่อหวังให้ไอโอซีเปลี่ยนใจอีกครั้ง

“ศรีสะเกษ” มั่นใจมาก ในแมตช์ที่ต้องดวลกำปั้น กับ “เจสซี่” หวังกระชากแชมป์ WBC

“เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นขวัญใจชาวไทย ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนเดินทางต่อไปยัง สหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมเก็บตัวทำศึกชิงแชมป์โลกกับ เจสซี่ โรดริเกวซ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนนี้

โดย กำปั้นวัย 35 ปี ได้ออกเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกับ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ผู้จัดการทีม, “โค้ชป๊อป” โชคชัย พิสิฐวุฒินันท์ และทีมงาน เมื่อช่วงดึกวันอังคารที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ อดีตแชมป์โลกชาวไทย ได้เปิดใจถึงการชกไฟต์นี้ว่า “แม้หลายคนจะมองว่าผมอายุมากถึง 35 ปีแล้ว แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่ามันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข ทุกอย่างมันอยู่ที่การเตรียมตัว และฝึกซ้อม ซึ่งครั้งนี้ผมมีการเตรียมตัวที่ดีมากๆ”

“การเจอกับ โรดริเกวซ ที่เป็นมวยถนัดซ้าย ผมก็ได้มีการซ้อมกับมวยซ้ายเตรียมเอาไว้แล้ว ได้ลงนวมกับ เพชร ซีพีเอฟ ก็เชื่อว่าครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการรับมือกับมวยแบบนี้”

“ผมก็อยากฝากถึง โรดริเกวซ ว่าผมจะเป็นฝ่ายเอาชนะให้ได้ และถ้าเป็นไปได้ก็ตั้งเป้าจะชนะน็อกเลยไม่ต้องไปตัดสินกันที่คะแนน ส่วนตัวมั่นใจว่าจะนำเข็มขัดแชมป์โลกกลับมาเป็นของขวัญให้กับแฟนๆ ชาวไทย” นักชกขวัญใจชาวไทย เปิดใจก่อนบินออกล่าแชมป์

สำหรับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น มีกำหนดจะชิงแชมป์โลกกับ เจสซี่ โรดริเกวซ แชมป์โลกซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) ที่สังเวียน ทีช พอร์ต อารีน่า, รัฐเท็กซัส, สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 นี้