“เทย์เลอร์” ได้ 2 นับ ก่อนชนะคะแนน “รามิเรซ” อย่างเป็นเอกฉันท์

การแข่งขันชกมวย รายการ ท็อป แรงค์ (Top Rank) ที่สังเวียนกำปั้น เวอร์จิ้น โฮเทล, ลาส เวกัส, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา

คู่เอกของรายการ เดิมพันแชมป์โลก 4 สถาบัน รุ่นจูเนียร์ เวลเตอร์เวท เป็นการเจอกันของ จอช เทย์เลอร์ นักชกชาวสกอตแลนด์ แชมป์โลก 2 สถาบัน (WBA และ IBF) กับ โฮเซ่ รามิเรซ กำปั้นชาวสหรัฐฯ แชมป์ (WBC และ WBO)

เปิดเกมยกแรก นักชกทั้งคู่ยังดูเชิงกันเป็นส่วนใหญ่ จอช เทย์เลอร์ อาศัยหมัดแย็บเล่นงานจากวงนอกไม่ผลีผลามบุกแลกวงใน ขณะที่ กำปั้นชาวสหรัฐฯ ที่ช่วงชกสั้นกว่าพยายามพุ่งเข้าหาเพื่อตัดลำตัวด้วยหมัดซ้ายบ่อยครั้ง

ยกสอง กำปั้นชาวสกอตแลนด์ ยังคงใช้แผนดึงจังหวะแล้วต่อยจากวงนอกเล่นงานเป็นระยะ ด้าน โฮเซ่ รามิเรซ พยายามชวนทะเลาะด้วยการเดินติดออกหมัดฮุกเล่นงานที่ลำตัวสลับใบหน้า

ยกสาม – ยกห้า โฮเซ่ รามิเรซ เริ่มเหนือกว่าหลังเปลี่ยนแผนมาเดินบุกเร็วขึ้นไล่ตัดลำตัวหนักๆ หลายหมัดทำเอา จอช เทย์เลอร์ ถึงกับต้องโผเข้ากอด จากนั้นก็ระดมหมัดอัพเปอร์คัทเล่นงานใบหน้าทำเอา นักชกชาวสกอตแลนด์ ถึงกับถอยจนติดเชือก

ยกหก ถือเป็นจุดเปลี่ยนของไฟต์เลยเมื่อ กำปั้นชาวสหรัฐฯ ที่กำลังได้ใจเดินลุยทันทีหลังเสียงระฆังดังแต่กลับถูก จอช เทย์เลอร์ ดักปล่อยซ้ายเข้าปลายคางเต็มๆ หล่นลงไปให้กรรมการนับถึง 8 จากนั้นเป็นทางฝั่ง เทย์เลอร์ ที่คุมสถานการณ์ชกได้หมด

ยกเจ็ด รามิเรซ ที่ฟื้นตัวแล้วพยายามเดินกดดัน เทย์เลอร์ แต่ก็ไม่ดุดันเหมือนช่วงต้นๆ ทำให้ นักชกชาวสกอตแลนด์ รับมือได้ไม่ยาก แถมในช่วงปลายยก ยังอัพเปอร์คัทซ้ายเข้าเต็มๆ ส่ง กำปั้นชาวสหรัฐฯ หล่นลงไปให้กรรมการนับอีกครั้ง ซึ่งหนนี้ดูย่ำแย่เอามากๆ เมื่อไม่สามารถทรงตัวได้อยู่แต่ระฆังก็ช่วยไว้ได้ทัน

ช่วงที่เหลือ แม้ นักชกชาวสกอตแลนด์ จะไม่สามารถปิดบัญชีได้ แต่ก็คุมรูปเกมไว้ได้หมด เหนือกว่าในทุกยกทำให้ครบ 12 ยก กรรมการรวมคะแนนพร้อมทั้งชูมือให้ จอช เทย์เลอร์ เป็นฝ่ายชนะคะแนนแบบเอกฉันท์ 114-112 ทั้งสามเสียง

ส่งผลให้ จอช เทย์เลอร์ คว้าเข็มขัดแชมป์โลก 4 สถาบัน (WBA, IBF, WBC และ WBO) เอาไว้ได้ พ่วงด้วยเข็มขัด เดอะ ริงก์ (The Ring) รวมทั้งเพิ่มสถิติการชกเป็นชนะรวด 18 ไฟต์ แถมเป็นการชนะน็อก 13 ครั้ง ซึ่งไฟต์ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเอาชนะน็อก ดาวเหนือ เรือใบไข่มุก กำปั้นชาวไทยไปได้ในยกแรก และทำให้ชื่อเป็นที่คุ้นหูแฟนหมัดมวยชาวไทย

หมัดต่อหมัด “ฟิเกรัว” ยืนแลกหมัดไม่ยั้ง จนส่ง “เนรี่” ลงไปกองในยกที่ 7

การแข่งขันชกมวย ศึกล้มแชมป์ รุ่นซูเปอร์ แบนตั้มเวท ระหว่าง หลุยส์ เนรี่ นักชกชาวเม็กซิโก เจ้าของแชมป์สภามวยโลก (WBC) กับ แบรนดอน ฟิเกรัว กำปั้นชาวสหรัฐฯ สมาคมมวยโลก (WBA)

ที่สังเวียน ดิกนิตี้ เฮลท์ สปอร์ต พาร์ค, สหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เริ่มเกมมา กำปั้นทั้งคู่เปิดฉากแลกหมัดหนักใส่กันทันทีชนิดไม่มีใครยอมใคร เรียกว่าบอบช้ำกันไปพอสมควร โดยทางฝั่ง แบรนดอน ฟิเกรัว มีแผลแตกที่หางตาซ้าย ขณะที่ หลุยส์ เนรี่ ก็โดนหมัดตัดลำตัวไปเยอะจนยุบลงไปเห็นได้ชัด

เกมดำเนินไปจนถึงช่วงยกที่ 5 กำปั้นจังโก้ เปลี่ยนแผนมาเล่นวงนอก พยายามดึงจังหวะแล้วอาศัยหมัดฉาบฉวย แต่กลับโดน กำปั้นชาวสหรัฐฯ ไล่ถลุงลำตัวเป็นว่าเล่นจนสภาพบอบช้ำเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตามเกมมาจบลงในยกที่ 7 เมื่อ แบรนดอน ฟิเกรัว ระดมหมัดอัปเปอร์คัทใส่ หลุยส์ เนรี่ เป็นชุดทั้งใบหน้าสลับลำตัว ก่อนส่ง นักชกชาวเม็กซิโก ลงไปกองให้กรรมการนับถึง 10 ก็ไม่ลุก

ทำให้ แบรนดอน ฟิเกรัว กำปั้นชาวสหรัฐฯ ป้องกันแชมป์สมาคมมวยโลก (WBA) เอาไว้ได้ รวมทั้งกระชากแชมป์สภามวยโลก (WBC) มาครองได้อีกเส้น พร้อมกันนี้จะได้ทำศึกล้มแชมป์ต่อกับ สตีเฟ่น ฟูลตัน แชมป์องค์กรมวยโลก (WBO) ในช่วงปลายปีนี้

“กาเนโล่” ไล่อัด “ซอนเดอร์ส” จนขอยอมแพ้ไม่ออกจากมุม พร้อมคว้าแชมป์ WBO มาอีกเส้น

ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ กำปั้นชาวเม็กซิกัน เจ้าของแชมป์ 2 สถาบัน รุ่นซูเปอร์มิดเดิ้ลเวท (WBA และ WBC)

เดิมพันแชมป์กับ บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส นักชาวชาวอังกฤษ เจ้าของเข็มขัดแชมป์องค์กรมวยโลก (WBO) ที่สังเวียน เอที แอนด์ ที สเตเดี้ยม, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เปิดเกมมาในช่วงแรก บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส ที่ถนัดวงนอกอาศัยออกหมัดแย็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ “กาเนโล่” ที่ช่วงชกสั้นกว่าพยายามเดินติดเพื่อออกหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัวสลับใบหน้า แต่กำปั้นชาวอังกฤษ ก็ถอยวนหนีไม่แลกด้วยพยายามออกหมัดยาวๆ เล่นงานจากวงนอก

รูปเกมเป็นไปอย่างนั้นจนเข้าสู่ยก 5 กำปั้นชาวเม็กซิกัน พยายามเร่งเครื่องเดินเร็วมากขึ้นแล้วก็ได้ผลเมื่อปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัว บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส จนมีอาการยุบให้เห็น แต่นักชกชาวอังกฤษก็ยังฉากหนีปล่อยหมัดแย็บเล่นงานวงนอกต่อเนื่อง

ยก 6 ซาอูล อัลวาเรซ ยังคงใช้แผนเดิมเดินลุยติดไม่ให้คู่ชกหายใจได้ทัน แต่ กำปั้นชาวอังกฤษ ก็ยังเล่นสงครามประสาทคอยทำท่ายั่วยุเป็นระยะดักปล่อยหมัดจากวงนอก ช่วงปลายยก “กาเนโล่” ออกหมัดอัดใบหน้าสองครั้งซ้อนทำเอา บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส ถึงกับต้องถอยหนี

เข้าสู่ยก 8 กำปั้นชาวเม็กซิกัน เริ่มคุมเกมได้เหนือกว่าเนื่องจาก บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส ไม่สามารถออกมาเต้นฟุตเวิร์คได้เหมือนที่ผ่านมา ทำให้ “กาเนโล่” ไล่ถลุงหมัดเล่นงานชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ในช่วงปลายยกจะมาโดนหมัดเข้าหน้าจังๆ จนทำให้ตาขวาปิดเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตามหลังกรรมการเรียกทั้งคู่ออกจากมุมในยกที่ 9 ปรากฎว่า บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส นักชาวชาวอังกฤษตัดสินใจขอยอมแพ้ไม่ออกจากมุม ทำให้ ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ เป็นฝ่ายเอาชนะ RTD ไปได้ในยกที่ 8 คว้าแชมป์โลก 3 สถามัน (WBC, WBA และ WBO) และ The Ring มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

สมาพันธ์มวยพม่า ได้ส่งตัวแทน ฝากขอโทษผ่านมาทาง “เพจบัวขาว” ในกรณี “เลดัก” แชมป์มวยพม่า โพสต์หยามมวยไทย

หลังจากกลายเป็นกระแสร้อนในวงการมวยไทยและมวยพม่าไปเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา สำหรับโพสต์ของ เดฟ เลดัก กำปั้นชาวแคนาดา

ล่าสุด เพจ Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) ของซูเปอร์สตาร์กำปั้นชาวไทย บัวขาว บัญชาเมฆ ได้รับจดหมายโดยตรงจาก สมาพันธ์มวยพม่า ณ ประเทศไทย ให้ช่วยแชร์และฝากคำขอโทษต่อแฟนมวยชาวไทยและทั่วโลก มีใจความดังนี้

“แถลงการณ์ทางผู้แทนอย่างเป็นทางการของ สมาพันธ์ มวยพม่า (มวยลัดเว่ย) แห่งประเทศประเทศพม่า ประจำประเทศไทย ฝากให้เพจพี่บัวขาว ช่วยแชร์

ถึงพี่น้องคนมวยและคนรักมวยในประเทศไทยและทั่วโลกทุกคน

ผมนาย ตั้น ซิน อู ผู้แทนอย่างเป็นทางการของ สมาพันธ์ มวยพม่า (มวยลัดเว่ย) แห่งประเทศประเทศพม่า ประจำประเทศไทย ขอกล่าวชี้แจงให้พี่น้องทุกท่านทราบว่า ข้อความและเนื้อหา ที่ ดูหมิ่น มวยไทย และประวัติศาสตร์ของมวยไทยรวมถึงนายขนมต้ม ทั้งหมดที่ นาย เดฟ เลอดัก (นักมวยชาวแคนาดา) ได้กล่าวไว้บนโพสต์ของเค้าบนโซเชี่ยลนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางสมาพันธุ์มวยพม่าแต่อย่างใดทั้งสิ้น

มวยพม่ากับมวยไทยเปรียบเสมือน มวยพี่น้อง ที่มีประวัติยาวนานร่วมกัน และเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของกีฬาและศิลปะป้องกันตัวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งควรค่าต่อการรักษา อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่เสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ และสร้างความสามัคคีในหมู่นักกีฬาและผู้ฝึกซ้อมของทั้งชาวไทยและชาวพม่า อีกทั้งวงการมวยของทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน

จึงทำให้การที่ นาย เดฟ เลอดัก ออกมาโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งและทางสมาพันธ์มวยพม่าโดยมีผมซึ่งเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ขอประณามและไม่เห็นด้วยกับทุกสิ่งทุกอย่างที่บุคคลนี้กล่าวโพสต์ออกมา

จึงเรียนมาเพื่อให้พี่น้องทุกท่านทราบ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

นาย ตั้น ซิน อู

ตัวแทนสมาพันธ์มวยพม่า ณ ประเทศไทย”

“แสนชัย” ได้ออกมายอมรับว่าตนติดเชื้อโควิด-19 พร้อมแจงไทม์ไลน์ชัดเจน และขอโทษทุกฝ่าย

“โคตรมวยสารคาม” แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ทำเอาแฟนกำปั้นอึ้งเมื่อเปิดเผยว่าได้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเจ้าตัวได้เผยผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว Saenchai Muaythaigym เมื่อช่วงดึกคืนวันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา

โดย ยอดนักชกวัย 40 ปี ได้เผยว่าเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบตั้งวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา จากนั้นได้เข้ารับการตรวจหาเชื่อซึ่งผลออกมาเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ระบุว่าตนนั้นติดเชื้อโควิด-19 ก็อยากจะออกมาขอโทษ พร้อมบอกพี่น้องในวงการที่ได้เจอกับเจ้าตัวให้ทำการตรวจเชื้อ

ไทม์ไลน์ของ “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”

  • 8 เมษายน : ไปค่ายมวยของ “เเมทธิว ดีน” ก่อนได้รับแจ้งว่า มีนักมวยที่มาใช้บริการติดเชื้อโควิด-19 ใน
  • 9 เมษายน : ไม่มีอาการใดๆ แต่กักตัวอยู่ที่บ้าน
  • 14 เมษายน : รับประทานอาหารกับพี่ชายที่ร้าน TENJO เดอะไนน์ พระราม 9 จากนั้นไปค่ายมวยผู้พันวิทย์ นวลจันทร์ ซอย 16
  • 16 เมษายน : เดินทางไปค่ายมวยผู้พันวิทย์ นวลจันทร์ ซอย 16
  • 19 เมษายน : ไปค่ายหยกขาว สุขุมวิท 16 ซ้อมมวยแต่รู้สึกว่าไม่ไหว ก่อนไปฉีดยาบำรุงที่คลินิกขวัญพนม บางโพ
  • 20 เมษายน : ไปค่ายหยกขาว สุขุมวิท 16 ก่อนที่ช่วงบ่ายจะไปค่าย พี.เค แต่รู้สึกตัวว่ามีอาการป่วย จึงตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไม่ได้เข้าไปที่ค่าย
  • 21 เมษายน : อยู่บ้าน
  • 22 เมษายน : ไปตรวจเชื้อโควิด-19
  • 23 เมษายน : ทราบผลว่าตัวเองติดเชื้อ โควิด-19

“เจค พอล” ยูทูบเบอร์สร้างสถิติ PPV มากสุดแห่งปี พร้อมโกยเงิน 2,345 ล้านบาท เข้ากระเป๋า

ต้องบอกว่าพลิกฐานะได้สบายๆ เลยสำหรับ เจค พอล ยูทูบเบอร์คนดังชาวสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจขึ้นสังเวียนกำปั้นพบกับ เบน แอสเครน อดีตนักสู้ดีกรีแชมป์โลก MMA ในการชกมวยสากล

กำหนด 8 ยก รายการ Triller Fight Club ที่สังเวียน เมอร์เซเดส-เบนซ์, แอตแลนต้า, สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 17 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา

ซึ่งผลการแข่งขันก็อย่างที่แฟนๆ รับทราบกันไปแล้วคือ ยูทูบเบอร์วัย 24 ปี ใช้เวลาเพียง 1 นาที 59 วินาที ของยกแรก เป็นฝ่ายปล่อยขวาเข้าหน้าเต็มๆ ส่ง เบน แอสเครน หล่นลงไปกองให้กรรมการนับถึง 8

ก่อนที่กรรมการตัดสินใจยุติการชกไปในที่สุดเนื่องจาก อดีตนักสู้ MMA ไม่อยู่ในสภาพพร้อมชก

โดยล่าสุด เจค พอล ผู้กำชัยบนสังเวียน ที่ได้ค่าตัว 690,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 21.5 ล้านบาท) ในการขึ้นชกไฟต์ดังกล่าว ได้โพสต์ภาพกับกองเงินจำนวนมหาศาลลงในอินสตาแกรม

พร้อมข้อความ “1.5 ล้าน PPV (จำนวนยอดซื้อเพื่อเข้าชมของแฟนๆ) คิดเป็นรายได้สูงถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,345 ล้านบาท)”

งานนี้เรียกว่าเจ้าตัวเป็นเศรษฐีในช่วงข้ามคืนทันที เพราะเงินค่า Pay-Per-View ดังกล่าวจะถูกแบ่งเปอร์เซ็นต์มาให้กับเจ้าตัวเป็นโบนัสสำหรับการขึ้นชก แถมตัวเลขดังกล่าวยังขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในไฟต์ที่มีผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดของปี 2021 ไปเรียบร้อย

นอกจากนี้ เจค พอล ยูทูบเบอร์คนดังยังเพิ่มสถิติการชกมวยสากลเป็นชนะน็อกรวด 3 ครั้งติด และแน่นอนเจ้าตัวเตรียมที่จะท้านักมวยอาชีพ หรือนักสู้ MMA รายต่อไปชกในอนาคต โดยมีเป้าหมายคือการทำสถิติ PPV ให้มากถึง 3-4 ล้านเลยทีเดียว

โปรโมเตอร์เผย เตรียมคอนเฟิร์มสังเวียนบู๊ “โจชัว-ฟิวรี” สัปดาห์หน้า

สำหรับศึกชิงความเป็นหนึ่งในรุ่นเฮฟวีเวต กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังจากตัวแทนของทั้ง ไทสัน ฟิวรี และ แอนโธนี โอชัว ใกล้บรรลุข้อตกลงในขั้นตอนสุดท้าย โดยคาดว่าการชกครั้งนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านปอนด์ จากการขึ้นชก 2 ไฟต์

และถึงแม้จะมีการแย้มออกมาแล้วว่า ไฟต์แรกน่าจะชกกันได้ไม่เกินเดือนกรกฎาคมปีนี้ แต่ยังไม่มีการยืนยันถึงเรื่องสถานที่ เนื่องจากมีข้อเสนอจากต่างแดน ยื่นเข้ามาให้พิจารณาจากหลายชาติทั่วโลก

ซึ่งล่าสุด เอ็ดดี เฮิร์น โปรโมเตอร์หนุ่มจากแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้ออกมาแย้มว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการยืนยันว่า ไฟต์แรกของทั้ง ไทสัน ฟิวรี และ แอนโธนี โจชัว จะไปจัดการแข่งขันที่ไหนกันแน่

“ผมคิดว่าในช่วงปลายสัปดาห์หน้า ทุกอย่างจะเสร็จสิ้น การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี แต่ผมยังไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เรากำลังปิดการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องสถานที่ และจะมีประกาศอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่สามารถพูดได้มากไปกว่านี้” เอ็ดดี เฮิร์น กล่าวกับสื่อเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เดลี เมล์ สื่อดังของอังกฤษยังเผยอีกว่า มีข้อเสนอจากทั้ง ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จีน, สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมเสนอตัว ในการเป็นสังเวียนไฟต์หยุดโลกของรุ่นเฮฟวีเวตในครั้งนี้

ล้างแค้นสำเร็จ “ไวท์” คุมเกมปิดบัญชี “โปเวตกิ้น” ได้ในยก 4 พร้อมกระชากแชมป์มาครอง

ศึกกำปั้นโลกรุ่นเฮฟวี่เวต ชิงเข็มขัดแชมป์เฉพาะกาลสภามวยโลก(WBC Interim) เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง “อเล็กซานเดอร์ โปเวตกิ้น” กำปั้นชาวรัสเซียเจ้าของเข็มขัดกับ “ดิลเลี่ยน ไวท์” ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษที่ ยูโรปา พอยท์ สปอร์ต คอมเพล็กซ์, ยิบรอลตาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยคู่นี้เคยเจอกันมาเมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์ โปเวตกิ้น นักชกจอมเก๋าวัย 41 ปี เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 5 หลังพลิกสถานการณ์จากเป็นรองแบบสุดกู่ ปล่อยอัปเปอร์คัตซ้ายสั้นๆ เข้าปลายคางส่ง ดิลเลี่ยน ไวท์ หลับกลางอากาศทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชกทันที

อย่างไรก็ตามเกมการชกในครั้งนี้ ดิลเลี่ยน ไวท์ เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าเหมือนเดิม โดยปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัวตั้งแต่ยกแรก และเกือบปิดบัญชีได้ทันทีหลังรัวหมัดชุดเล่นงานต่อเนื่อง แต่ท้ายสุด โปเวตกิ้น ก็เอาตัวรอดมาได้

ยก 2-3 ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษ ก็ยังเป็นฝ่ายคุมเกมทำได้เหนือกว่าปล่อยหมัดแย็บเล่นงานใม่ให้ โปเวตกิ้น เดินเข้าติด แถมมีหมัดหนักๆ ทิ้งเล่นงานเข้าเป้าเป็นระยะทำเอา กำปั้นชาวรัสเซีย ออกอาการอย่างเห็นได้ชัด

“เบเตอร์บิเยฟ” ยังมาดุเหมือนเดิม ไล่ถลุงคู่ชกกองยก 10 จนพี่เลี้ยงขอยอมแพ้

อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ กำปั้นชาวรัสเซีย ยังเดินหน้าสร้างสถิติเก็บชัยชนะไฟต์ที่ 16 ในการชกอาชีพ หลังเป็นฝ่ายเอาชนะ TKO อาร์เต็ม ดีนส์ ผู้ท้าชิงชาวเยอรมนี เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดย นักชกจอมเก๋าวัย 36 ปี ขึ้นสังเวียนในบ้านเกิด โกดินก้า ไอซ์ พาเลซ, มอสโก เพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก รุ่นไลต์เฮฟวี่เวต 2 สถาบัน (สภามวยโลก WBC และ สหพันธ์มวยนานาชาติ IBF)

ซึ่งตลอดเกมการชก แชมป์โลก เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดโดยในยกแรกก็สามารถทิ้งหมัดขวาใส่ผู้ท้าชิงทรุดลงไปนั่งให้กรรมการนับถึง 8 แต่โชคดีที่ระฆังหมดยกช่วยเอาไว้ได้

จากนั้น อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ ก็เป็นฝ่ายคุมเกมไว้ได้หมด ก่อนที่ในยก 10 จะมาปล่อยซ้ายเข้าเต็มกรามส่ง อาร์เต็ม ดีนส์ ทิ้งตัวลงไปกองให้กรรมการนับอีกครั้ง แต่หนนี้พี่เลี้ยงทนดูไม่ไหวตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้

ทำให้ อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกไว้ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งสร้างสถิติชนะรวด 16 ไฟต์ ไม่เคยแพ้ใคร แถมยังเป็นการปิดบัญชีคู่ชกด้วยการชนะน็อกรวดทั้ง 16 ครั้ง

“ซูเคร” โดนแบนหลังถูกจับได้ว่า เทคะแนนให้ “เอสตราด้า” แบบน่าเกลียด

ควันหลงหลังศึกล้มแชมป์ระหว่าง “เอล กัลโล่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า กำปั้นชาวเม็กซิโก กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ กำปั้นชาวนิการากัว ที่สังเวียน อเมริกัน แอร์ไลน์ เซนเตอร์, เทกซัส, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด สมาคมมวยโลก (WBA) มีคำสั่งด่วนให้ คาร์ลอส ซูเคร กรรมการจากรัฐฟลอริดา ยุติบทบาทการทำหน้าที่ให้คะแนนตัดสินมวยเป็นการชั่วคราว หลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาสื่อมวลชน และแฟนมวยอย่างหนัก

กิลเบอร์โต้ เฆซุส เมนโดซ่า ประธานใหญ่สมาคมมวยโลก เผยถึงเรื่องนี้ว่า “ผมได้ตัดสินใจให้คณะกรรมการประเมินการทำหน้าที่ของเขาในไฟต์นี้ แม้โดยรวมมันจะเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม และสูสีกันอย่างมาก เราต้องเคารพ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า ที่พยายามอย่างเต็มที่จนชนะใจกรรมการ”

“อย่างไรก็ตามผมได้สั่งระงับการทำหน้าที่ของ คาร์ลอส ซูเคร เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากมันเป็นการชกมวยรายการใหญ่ และการต่อสู้ที่สูสีแบบนี้ ไม่สมควรที่เขาจะเทคะแนนให้ในการตัดสินแบบนี้จนนำไปสู่การเข้าใจผิด”

ทั้งนี้ คาร์ลอส ซูเคร เป็นกรรมการเพียงรายเดียวที่ให้ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า เป็นฝ่ายเอาชนะถึง 117-111 (ให้ชนะถึง 9 ยก) ถือว่าผิดปกติเป็นอย่างมาก

และทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในครั้งนี้ ขณะที่ เดวิด ซูเธอร์แลนด์ จากรัฐโอกลาโฮม่า ให้กำปั้นจังโก้เป็นฝ่ายเอาชนะ 115-113 และ เจสเซ่ เรเยส กรรมการจากรัฐเทกซัส ให้ โรมัน กอนซาเลซ เป็นฝ่ายชนะ 115-113

สำหรับการชกไฟต์ดังกล่าว ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้แบบไม่เอกฉันท์ 2-1 เสียง (113-115, 117-111 และ 115-113) คว้าเข็มขัดแชมป์ 2 สถาบัน รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท มาครองได้สำเร็จ

โดยไฟต์ต่อไปตามกำหนดเดิมจะต้องพบกับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย

รวบรวมข่าวสาร วงการมวยสากล จากทั่วทุกมุมโลก !!