Tag Archives: สภามวยโลก

“ศรีสะเกษ” มั่นใจมาก ในแมตช์ที่ต้องดวลกำปั้น กับ “เจสซี่” หวังกระชากแชมป์ WBC

“เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นขวัญใจชาวไทย ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ก่อนเดินทางต่อไปยัง สหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมเก็บตัวทำศึกชิงแชมป์โลกกับ เจสซี่ โรดริเกวซ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนนี้

โดย กำปั้นวัย 35 ปี ได้ออกเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมกับ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ ผู้จัดการทีม, “โค้ชป๊อป” โชคชัย พิสิฐวุฒินันท์ และทีมงาน เมื่อช่วงดึกวันอังคารที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ อดีตแชมป์โลกชาวไทย ได้เปิดใจถึงการชกไฟต์นี้ว่า “แม้หลายคนจะมองว่าผมอายุมากถึง 35 ปีแล้ว แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่ามันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข ทุกอย่างมันอยู่ที่การเตรียมตัว และฝึกซ้อม ซึ่งครั้งนี้ผมมีการเตรียมตัวที่ดีมากๆ”

“การเจอกับ โรดริเกวซ ที่เป็นมวยถนัดซ้าย ผมก็ได้มีการซ้อมกับมวยซ้ายเตรียมเอาไว้แล้ว ได้ลงนวมกับ เพชร ซีพีเอฟ ก็เชื่อว่าครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับการรับมือกับมวยแบบนี้”

“ผมก็อยากฝากถึง โรดริเกวซ ว่าผมจะเป็นฝ่ายเอาชนะให้ได้ และถ้าเป็นไปได้ก็ตั้งเป้าจะชนะน็อกเลยไม่ต้องไปตัดสินกันที่คะแนน ส่วนตัวมั่นใจว่าจะนำเข็มขัดแชมป์โลกกลับมาเป็นของขวัญให้กับแฟนๆ ชาวไทย” นักชกขวัญใจชาวไทย เปิดใจก่อนบินออกล่าแชมป์

สำหรับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น มีกำหนดจะชิงแชมป์โลกกับ เจสซี่ โรดริเกวซ แชมป์โลกซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) ที่สังเวียน ทีช พอร์ต อารีน่า, รัฐเท็กซัส, สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 นี้

ทวงแชมป์โลก “ศรีสะเกษ” ได้สิทธิ์ท้าชิง “เจสซี่” พร้อมกำหนดวันชกเรียบร้อย

ความเคลื่อนไหวของ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นขวัญใจชาวไทย ที่แม้อันดับโลกหล่นจากอันดับ 1 มาอยู่ที่ 2 ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามล่าสุด สภามวยโลก (WBC) และ เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น มีความเห็นตรงกันที่จะจัดศึกให้กับ กำปั้นชาวไทยวัย 35 ปี ได้ขึ้นสังเวียนชิงแชมป์โลกคืนอีกครั้ง

โดยจะเป็นคู่เอกของรายการเจอกับ “แบม” เจสซี่ โรดริเกวซ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) ที่เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน คาร์ลอส คูเอดราส ไปได้แบบเอกฉันท์ หลังได้รับโอกาสให้เป็นมวยแทนในไฟต์ก่อน

ซึ่งหนนั้น “เจ้าแหลม” เกิดมีปัญหาในเรื่องของสภาพร่างกายทำให้ต้องถอนตัวจากการชก ซึ่งแพทย์เผยว่าเป็นอาการของไตอักเสบ ที่เกิดจากภาวะขาดนํ้า ทำให้ไตต้องทำงานหนักจนเกิดการอักเสบ และไม่สามารถขึ้นชกได้

สำหรับ แชมป์โลกดาวรุ่งวัย 22 ปี เจ้าของสถิติชนะรวด 15 ไฟต์ (ชนะน็อก 10 ครั้ง) จะขึ้นป้องกันตำแหน่งกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่สังเวียน ทีช พอร์ต อารีน่า, รัฐเท็กซัส, สหรัฐอเมริกา ในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน นี้ (ตรงกับบ้านเราเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน)

เปิดค่าตัว “ศรีสะเกษ” หากได้ขึ้นชกกับ “คูเอดราส” ในไฟต์ชิงแชมป์โลก

ถือเป็นไฟต์ที่ทำให้แฟนชาวไทยผิดหวังมากทีเดียวกับการที่ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทยรองอันดับ 1 ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) พลาดโอกาสขึ้นชกชิงแชมป์โลกกับ คาร์ลอส คูเอดราส นักชกชาวเม็กซิกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยไฟต์ดังกล่าว กำปั้นชาวไทยวัย 35 ปี เกิดมีปัญหาในเรื่องของสภาพร่างกายทำให้ต้องถอนตัวจากการชก ซึ่งแพทย์ที่เดินทางมาตรวจเผยว่าเป็นอาการของไตอักเสบ ที่เกิดจากภาวะขาดนํ้า ทำให้ไตต้องทำงานหนักจนเกิดการอักเสบ

ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นโต้เถียงกันในกลุ่มแฟนมวยบ้านเราว่าอาจมีการแกล้งป่วยเพื่อล้มมวยเกิดขึ้น โดยยอมไม่ขึ้นชกเพื่อแลกกับเงินก้อนโตจากฝ่ายจัดเพื่อเปิดทางให้กับ “แบม” เจสซี่ โรดริเกวซ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ ที่กลายเป็นแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) คนใหม่ในที่สุด

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งนครหลวงโปรโมชั่น ออกมายืนยันว่าไม่มีการล้มมวยอย่างที่แฟนบางกลุ่มออกมาโจมตีอย่างแน่นอน “ไม่มีการล้มมวยแน่นอน รู้หรือไม่ ผมไปอเมริกาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ต้องเสียเงินไปเอง 1 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายครั้งนี้”

พร้อมกันนี้ “เสี่ยฮุย” ยังเปิดเผยอีกว่า ศรีสะเกษ ก็เสียใจไม่แพ้แฟนมวยที่อยากชม เพราะเจ้าตัวก็ต้องอดได้เงินค่าตัวถึง 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากทั้งที่ไม่ได้เป็นแชมป์โลก รวมทั้งยังอดได้เงินอัดฉีดจาก M-150 สปอนเซอร์อีก 1 ล้านบาท หากชนะกลับมา นั่นเท่ากับว่าเขาพลาดได้เงินไปถึง 3 ล้านบาทเลยทีเดียว

“เสี่ยฮุย” แจงชัดทุกเรื่อง ทำไม “ศรีสะเกษ” ต้องถอนตัวจากการชก

จากกรณีที่ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทยรองอันดับ 1 สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต จะไม่สามารถขึ้นชิงแชมป์โลกกับ คาร์ลอส คูเอดราส ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 นี้อย่างแน่นอนแล้ว

โดยสาเหตุเกิดจากการที่ กำปั้นชาวไทยวัย 35 ปี ที่เดินทางไปเก็บตัวที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมตัวสำหรับไฟต์สำคัญ เกิดมีอาการปวดท้องบริเวณข้างซ้ายอย่างหนัก ก่อนที่ทางทีมงานจะเรียกแพทย์ให้มาตรวจอย่างละเอียดที่โรงแรม

ซึ่ง สตีเว่น ริคกี้ แพทย์ที่เดินทางมาตรวจถึงห้องพักชี้้ว่าอาการไม่สู้ดีนักให้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด ก่อนที่จะเผยผลตรวจว่ามีอาการของโรคไตอักเสบ และจำเป็นต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวอีกสักระยะ ทำให้ไม่สามารถที่จะฟื้นตัวเพื่อขึ้นชกในไฟต์สำคัญดังกล่าวได้

ล่าสุด “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของค่ายนครหลวงโปรโมชั่น ได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง “ในตอนแรกนั้นทาง Matchroom Boxing ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ขอเวลาตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรเนื่องจากถือเป็นคู่เอกของรายการ และขอให้อย่าเพิ่งให้ข่าวกับใคร”

“แต่พอผลตรวจอย่างละเอียดออกมาว่าเป็นอาการของไตอักเสบ ไม่ใช่ไส้ติ่งอักเสบ หรือ เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่อย่างใดตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เราต้องถอนตัวจากการชก ซึ่งพออาการดีขึ้นก็ออกจากโรงพยาบาลมาพักต่อที่โรงแรม แต่สภาพร่างกายก็ยังอ่อนเพลียอยู่”

พร้อมกันนี้ โปรโมเตอร์ใหญ่วัย 72 ปี ยืนยันว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการใช้ยาขับปัสสาวะในการลดน้ำหนักอย่างที่แฟนมวยหลายรายเข้าใจ เพราะทางค่ายไม่มีแนวทางลดน้ำหนักแบบนั้นเพราะมันเป็นเรื่องต้องห้ามในวงการกีฬา และที่ผ่านมาตัวของ ศรีสะเกษ ก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน

“ผมยอมรับว่าผิดหวัง และเสียดายมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนที่ ศรีสะเกษ เข้าโรงพยาบาล ตัวของเขายังคิดว่าถ้าออกจากโรงพยาบาลก็จะสามารถกลับขึ้นชิงแชมป์โลกได้ ซึ่งท้ายสุดเขาก็เสียใจ แต่ทำอย่างไรได้ความปลอดภัยต้องมาก่อน จากนี้ก็เตรียมกลับไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้” เสี่ยฮุย เปิดใจ

ทำให้ทาง Matchroom Boxing ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวคู่ชกในคู่เอก ของการชิงแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ที่ว่าง ให้เป็น เจสเซ่ โรดริเกวซ นักชกชาวสหรัฐฯ วัย 22 ปี ขึ้นชกกับ คาร์ลอส คูเอดราส นักชกจังโก้แทนในเวลาต่อมา

“ศรีสะเกษ-คูเอดราส” ชั่งน้ำหนักรอบแรกผ่านตามกฎเกณฑ์ของ “WBC”

ความเคลื่อนไหวไฟต์ที่แฟนมวยทั่วโลกตั้งตารอชมระหว่าง “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทยรองอันดับ 1 กับ คาร์ลอส คูเอดราส นักชกชาวเม็กซิกันรองอันดับ 3 ในการชกชิงแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ที่ว่างลง ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้

ล่าสุด ทั้งคู่ได้ผ่านเกณฑ์ของ สภามวยโลก ในเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อย โดยตามกฎกติกาของสภามวยโลก นักมวยที่จะขึ้นชกก่อน 30 วัน จะต้องขึ้นชั่งน้ำหนักก่อนครั้งแรก โดยในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต (พิกัด 115 ปอนด์) จะต้องมีน้ำหนักไม่เกินเกณท์มากจนเกินไป

แชมป์โลกชาวไทย ชั่งได้ 125.6 ปอนด์ (57 กิโลกรัม) อยู่ในพิกัดที่ไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักจริงในรุ่นที่จะขึ้นชก ขณะที่ กำปั้นชาวเม็กซิกัน ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องของการทำน้ำหนักแต่ยังมีเกินอยู่เช่นกันที่ 126.1 ปอนด์ (57.2 กิโลกรัม)

ซึ่งทาง วิลเลี่ยม บูดูห์ เจ้าหน้าที่ชาวแคนาดาของสภามวยโลก ผู้รับผิดชอบในเรื่องการตรวจสอบการชั่งน้ำหนัก และข้อกำหนดทางการแพทย์ ได้ยืนยันผลให้กับทั้งคู่เป็นที่เรียบร้อยว่าผ่านตามเกณท์ที่กำหนดอย่างไม่มีปัญหา

โดยถึงเวลานี้เท่ากับว่า กำปั้นชาวไทย ยังมีน้ำหนักเกินอยู่ประมาณ 10 ปอนด์ (4.54 กิโลกรัม) ที่จะต้องลดลง ซึ่งนักมวยทั้งคู่มีเวลาอีก 1 เดือน ที่จะต้องทำน้ำหนักให้อยู่ในพิกัด 115 ปอนด์ ก่อนการขึ้นสังเวียนฟาดปากกัน 1 วัน

สำหรับ เกมการชกระหว่าง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้ ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังไม่กำหนดสถานที่ชกอย่างเป็นทางการ

เผยวันชก “ศรีสะเกษ VS คูเอดราส” ชิงแชมป์ซูเปอร์ฟลายเวต WBC

หลังจากที่ต้องรอกันมาอย่างยาวนานว่า โอกาสในการชิงเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ ของ สภามวยโลก (WBC) ของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น เจ้าของเข็มขัดเส้นนี้ 2 สมัย จะมาถึงเมื่อใด ในที่สุด ความชัดเจนก็ปรากฏแล้ว

แดน ราฟาเอล นักข่าวสายมวยชื่อดังของสหรัฐอเมริการายงานว่า ไฟต์ชิงเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBC ที่ว่าง ระหว่าง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กับ คาร์ลอส คูเอดราส นักมวยชาวเม็กซิโก จะมีขึ้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐอเมริกา หรือเช้าวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ตามเวลาไทย ที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นรองคู่เอก ประกอบการชกในคู่ระหว่าง เจสซี่ วาร์กาส อดีตแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตและไลท์มิดเดิ้ลเวตชาวอเมริกัน กับ เลียม สมิธ อดีตแชมป์โลกรุ่นไลท์มิดเดิ้ลเวตชาวอังกฤษ

การชกระหว่าง ศรีสะเกษ และ คูเอดราส ถือเป็นส่วนหนึ่งในทัวร์นาเมนต์หาแชมป์โลกตัวจริงในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ WBC หลัง ฮวน ฟรานซิสโก้ เอสตราด้า แชมป์โลกชาวเม็กซิโก ที่เอาชนะ ศรีสะเกษ เมื่อปี 2019 ได้รับการสถาปนาเป็นแชมป์โลกแฟรนไชส์ ทำให้เข็มขัดแชมป์โลกเดิมว่างลง ซึ่ง เอสตราด้า เองที่ปัจจุบันก็เป็นแชมป์โลกรุ่นเดียวกันของ สมาคมมวยโลก (WBA) ด้วยนั้น ก็มีคิวต้องขึ้นชกกับ โรมัน กอนซาเลซ อดีตแชมป์โลกเส้นเดียวกันชาวนิคารากัว ก่อนที่ผู้ชนะของทั้งสองไฟต์ จะต้องมาเจอกันเพื่อหาแชมป์โลกหนึ่งเดียว

ก่อนหน้านี้ ศรีสะเกษ และ คูเอดราส เคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2014 โดยตอนนั้น ศรีสะเกษ ต้องไปป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตของ (WBC) ที่เม็กซิโก ผลปรากฏว่า คูเอดราส เป็นฝ่ายชนะคะแนนหลังกรรมการยุติการชกเมื่อผ่านไป 8 ยก จากแผลแตกที่ศีรษะของ คูเอดราส ทำให้ ศรีสะเกษ เสียเข็มขัดแชมป์โลกสมัยแรกไป ก่อนคว้าแชมป์สมัยสองด้วยการชนะ โรมัน กอนซาเลซ เมื่อปี 2017 และหลังจากนั้น ศรีสะเกษ, คูเอดราส, เอสตราด้า และ กอนซาเลซ ก็กลายเป็น 4 ราชาของรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ที่มีสถิติงูกินหางกันมาตลอด

“ศรีสะเกษ” คืนสังเวียนดวล “คูเอดราส” เดิมพันด้วยแชมป์โลก WBC

ยังคงต้องรอการหวนคืนสังเวียนออกไปอีกสำหรับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย ที่มีคิวพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท สภามวยโลก (WBC)

โดยกำหนดการเดิมจะต้องขึ้นสังเวียนเป็นคู่รองในรายการที่ “เอล กัลโล่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 2 สถาบัน (WBC และ WBA ซูเปอร์) จะรีแมตช์ภาค 3 กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว อีกครั้งในวันที่ 16 ตุลาคม ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว ดันถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในบ้านเกิด และทำให้กำหนดการเดิมที่จะขึ้นสังเวียนในช่วงเดือนตุลาคมนี้ มีความจำเป็นต้องเลื่อนออกไป

ล่าสุด แมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้ประกาศคู่มวยทั้งหมดที่จะขึ้นชกในวันที่ 16 ตุลาคม นี้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยคู่เอกจะเปลี่ยนมาเป็น ไมค์กี้ การ์เซีย กำปั้นชาวสหรัฐฯ พบกับ ซานดอร์ มาร์ติน นักชกชาวสเปน และไร้ชื่อคู่ของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นั่นทำให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่ากำหนดการเดิมของยอดมวยชาวไทยจะต้องเลื่อนออกไปด้วยเช่นกัน

โดย เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า “ภาค 3 ของ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า กับ โรมัน กอนซาเลซ อาจจะจัดขึ้นเร็วสุดคือในเดือนพฤศจิกายนนี้ เนื่องจากตัวของ นักชกชาวนิการากัว แจ้งเขามาว่าติดโควิด-19”

“กำหนดการเดิมของเราคือวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ซึ่ง เอสตราด้า ได้เซ็นสัญญาเรียบร้อย ขณะที่ โรมัน ก็ตอบตกลงที่จะเข้าร่วม แต่น่าเสียดายที่เขาดันมาล้มป่วย ซึ่งแฟนๆ คงต้องรอชมการต่อสู้ออกไปอีกสักหน่อย”

งานนี้แฟนมวยชาวไทยอดใจรอกันอีกนิด และต้องตามข่าวกันต่อว่าสุดท้ายแล้ว “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย จะได้ขึ้นชกในรายการเดียวกันกับ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า และ โรมัน กอนซาเลซ ภายในปีนี้หรือไม่

กำหนดวันชกแล้ว “ศรีสะเกษ” คืนสังเวียนดวลกับ “คูเอดราส” เดิมพันด้วยแชมป์โลก WBC

ถือเป็นไฟต์ที่แฟนมวยชาวไทยเฝ้ารอสำหรับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย ที่จะได้ขึ้นสังเวียนพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท

โดยภายหลังจากที่ สภามวยโลก (WBC) ได้ออกมาประกาศแต่งตั้ง “เอล กัลโล่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 2 สถาบัน (WBC และ WBA ซูเปอร์) ให้ขึ้นเป็นแชมป์โลกแฟรนไชส์ของ WBC

เพื่อให้สิทธิ์ในการรีแมตช์กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว อีกครั้ง

ทำให้เข็มขัดแชม์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) ได้ว่างลง และถือเป็นโอกาสอันดีที่ นักชกชาวไทยวัย 34 ปี จะได้โอกาสทวงแชมป์โลกกลับคืนอีกครั้ง

ล่าสุด เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้เปิดเผยถึงไฟต์ดังกล่าวผ่าน อีเอสพีเอ็น สื่อดังเมืองมะกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า “เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับไฟต์ยิ่งใหญ่ที่สุดในรุ่นพิกัด 115 ปอนด์ ในเบื้องต้นแล้ว โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม นี้”

“ส่วนในเรื่องของสถานที่จัดการชกแน่นอนจะต้องเป็นที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเรากำลังมองไปที่สองเมืองอย่าง ลอสแองเจลิส และ ฟีนิกซ์ ที่เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับศึกซูเปอร์ฟลายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และทุกอย่างน่าจะชัดเจนขึ้นภายในสัปดาห์นี้” เฮิร์น กล่าว

สำหรับศึก ซูเปอร์ฟลาย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายใต้การจัดของ แมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น นั้น คู่เอกจะเป็นการรีแมตช์ของ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า กับ โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว โดยมี แชมป์โลก 2 สถาบัน (WBC แฟรนไชส์ และ WBA ซูเปอร์) เป็นเดิมพัน

ขณะที่คู่รอง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น จะพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ซึ่งหากใครชนะจะได้สิทธิ์ล้มแชมป์กับผู้ชนะในคู่เอกของรายการ กำหนดการชกคือวันที่ 16 ตุลาคม 2564

ล้างแค้นสำเร็จ “ไวท์” คุมเกมปิดบัญชี “โปเวตกิ้น” ได้ในยก 4 พร้อมกระชากแชมป์มาครอง

ศึกกำปั้นโลกรุ่นเฮฟวี่เวต ชิงเข็มขัดแชมป์เฉพาะกาลสภามวยโลก(WBC Interim) เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง “อเล็กซานเดอร์ โปเวตกิ้น” กำปั้นชาวรัสเซียเจ้าของเข็มขัดกับ “ดิลเลี่ยน ไวท์” ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษที่ ยูโรปา พอยท์ สปอร์ต คอมเพล็กซ์, ยิบรอลตาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยคู่นี้เคยเจอกันมาเมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์ โปเวตกิ้น นักชกจอมเก๋าวัย 41 ปี เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 5 หลังพลิกสถานการณ์จากเป็นรองแบบสุดกู่ ปล่อยอัปเปอร์คัตซ้ายสั้นๆ เข้าปลายคางส่ง ดิลเลี่ยน ไวท์ หลับกลางอากาศทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชกทันที

อย่างไรก็ตามเกมการชกในครั้งนี้ ดิลเลี่ยน ไวท์ เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าเหมือนเดิม โดยปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัวตั้งแต่ยกแรก และเกือบปิดบัญชีได้ทันทีหลังรัวหมัดชุดเล่นงานต่อเนื่อง แต่ท้ายสุด โปเวตกิ้น ก็เอาตัวรอดมาได้

ยก 2-3 ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษ ก็ยังเป็นฝ่ายคุมเกมทำได้เหนือกว่าปล่อยหมัดแย็บเล่นงานใม่ให้ โปเวตกิ้น เดินเข้าติด แถมมีหมัดหนักๆ ทิ้งเล่นงานเข้าเป้าเป็นระยะทำเอา กำปั้นชาวรัสเซีย ออกอาการอย่างเห็นได้ชัด

“เบเตอร์บิเยฟ” ยังมาดุเหมือนเดิม ไล่ถลุงคู่ชกกองยก 10 จนพี่เลี้ยงขอยอมแพ้

อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ กำปั้นชาวรัสเซีย ยังเดินหน้าสร้างสถิติเก็บชัยชนะไฟต์ที่ 16 ในการชกอาชีพ หลังเป็นฝ่ายเอาชนะ TKO อาร์เต็ม ดีนส์ ผู้ท้าชิงชาวเยอรมนี เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดย นักชกจอมเก๋าวัย 36 ปี ขึ้นสังเวียนในบ้านเกิด โกดินก้า ไอซ์ พาเลซ, มอสโก เพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก รุ่นไลต์เฮฟวี่เวต 2 สถาบัน (สภามวยโลก WBC และ สหพันธ์มวยนานาชาติ IBF)

ซึ่งตลอดเกมการชก แชมป์โลก เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดโดยในยกแรกก็สามารถทิ้งหมัดขวาใส่ผู้ท้าชิงทรุดลงไปนั่งให้กรรมการนับถึง 8 แต่โชคดีที่ระฆังหมดยกช่วยเอาไว้ได้

จากนั้น อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ ก็เป็นฝ่ายคุมเกมไว้ได้หมด ก่อนที่ในยก 10 จะมาปล่อยซ้ายเข้าเต็มกรามส่ง อาร์เต็ม ดีนส์ ทิ้งตัวลงไปกองให้กรรมการนับอีกครั้ง แต่หนนี้พี่เลี้ยงทนดูไม่ไหวตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้

ทำให้ อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกไว้ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งสร้างสถิติชนะรวด 16 ไฟต์ ไม่เคยแพ้ใคร แถมยังเป็นการปิดบัญชีคู่ชกด้วยการชนะน็อกรวดทั้ง 16 ครั้ง