“โฮลีฟิลด์” อดีตแชมป์โลกแพ้น็อก “เบลฟอร์ต” นักสู้ MMA ตั้งแต่ยกแรก

แม้จะเป็นเพียงแค่การชกโชว์พิเศษ 8 ยก (ยกละ 2 นาที) แต่ก็ถือว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับการหวนคืนสังเวียนอีกครั้งของ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ อดีตแชมป์โลกรุ่นยักษ์ในวัย 58 ปี ในรายการ Triller Fight Club Legend II เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา

โดยเดิมทีในรายการนี้ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า จะต้องขึ้นสังเวียนพบกับ วิเตอร์ เบลฟอร์ต อดีตนักสู้ MMA วัย 44 ปี แต่แล้ว เดอ ลา โฮย่า กลับติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องถอนตัวไป และเป็น อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ที่เสียบเข้ามาเป็นมวยแทน

อย่างไรก็ตามเกมการชกจบเร็วเกินคาดเมื่อเปิดยกมา อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ เป็นฝ่ายเดินเข้าหาออกหมัดแย็บเล่นงานอย่างต่อเนื่องทันที แต่แล้วในช่วงท้ายยกกลับมาพลาดถูกหมัดของ วิเตอร์ เบลฟอร์ต หงายท้องลงไปให้กรรมการนับถึง 8 แต่ก็กัดฟันลุกขึ้นมาได้

ซึ่งหลังจากนั้นเป็น อดีตแชมป์ UFC ที่ไม่ปล่อยโอกาสทองไล่ถลุงปล่อยหมัดชุดใหญ่เล่นงาน โฮลีฟิลด์ เป็นการใหญ่ชนิดได้แต่ป้องกันตัว ทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชกไปในที่สุด และชูมือให้ วิเตอร์ เบลฟอร์ต เป็นฝ่ายเอาชนะทีเคโอ ไปเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น (เวลารวม 110 วินาที)

กำหนดวันชกแล้ว “ศรีสะเกษ” คืนสังเวียนดวลกับ “คูเอดราส” เดิมพันด้วยแชมป์โลก WBC

ถือเป็นไฟต์ที่แฟนมวยชาวไทยเฝ้ารอสำหรับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย ที่จะได้ขึ้นสังเวียนพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท

โดยภายหลังจากที่ สภามวยโลก (WBC) ได้ออกมาประกาศแต่งตั้ง “เอล กัลโล่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 2 สถาบัน (WBC และ WBA ซูเปอร์) ให้ขึ้นเป็นแชมป์โลกแฟรนไชส์ของ WBC

เพื่อให้สิทธิ์ในการรีแมตช์กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว อีกครั้ง

ทำให้เข็มขัดแชม์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) ได้ว่างลง และถือเป็นโอกาสอันดีที่ นักชกชาวไทยวัย 34 ปี จะได้โอกาสทวงแชมป์โลกกลับคืนอีกครั้ง

ล่าสุด เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้เปิดเผยถึงไฟต์ดังกล่าวผ่าน อีเอสพีเอ็น สื่อดังเมืองมะกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า “เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับไฟต์ยิ่งใหญ่ที่สุดในรุ่นพิกัด 115 ปอนด์ ในเบื้องต้นแล้ว โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม นี้”

“ส่วนในเรื่องของสถานที่จัดการชกแน่นอนจะต้องเป็นที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเรากำลังมองไปที่สองเมืองอย่าง ลอสแองเจลิส และ ฟีนิกซ์ ที่เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับศึกซูเปอร์ฟลายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และทุกอย่างน่าจะชัดเจนขึ้นภายในสัปดาห์นี้” เฮิร์น กล่าว

สำหรับศึก ซูเปอร์ฟลาย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายใต้การจัดของ แมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น นั้น คู่เอกจะเป็นการรีแมตช์ของ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า กับ โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว โดยมี แชมป์โลก 2 สถาบัน (WBC แฟรนไชส์ และ WBA ซูเปอร์) เป็นเดิมพัน

ขณะที่คู่รอง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น จะพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ซึ่งหากใครชนะจะได้สิทธิ์ล้มแชมป์กับผู้ชนะในคู่เอกของรายการ กำหนดการชกคือวันที่ 16 ตุลาคม 2564

“อำนาจ” ปราบ นักชกเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย จาก คิวบา ป้องกันแชมป์ WBO ไปได้

แชมป์ WBO จากฟิลิปปินส์ เอาชนะ เหรียญทองโอลิมปิก2 สมัย จากคิวบา แบบไม่เอกฉันท์ 2-1 เสียง ป้องกันแชมป์ WBO รุ่นแบนตัมเวตได้สำเร็จ

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 ผลการแข่งขันมวยสากลรุ่นแบนตัมเวต (น้ำหนักไม่เกิน 118 ปอนด์) ชิงแชมป์โลก WBO

เป็นการพบกันของ จอห์น รีล คาซิเมโร แชมป์จากประเทศฟิลิปปินส์ พบกับ กิลเลอร์โม ริกองเดอซ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัยในปี 2000 และ 2004

โดยที่แข่งขันกันที่ เมือง แคลิฟอร์เนีย รัฐ ลอสแองเจลิส ประเทศ สหรัฐอเมริกา

ผลปรากฏว่า ทั้ง 12 ยก ทั้ง 2 คน ผลัดกันต่อยเข้าเป้าทั้งคู่ แต่เป็นทางฝั่ง จอห์น รีล คาซิเมโร เอาชนะคะแนน กิลเลอร์โม ริกองเดอซ ไปได้แบบไม่เอกฉันท์ 2-1 เสียง (113-115, 116-112, 117-111) ป้องกันแชมป์โลก WBO เอาไว้ได้สำเร็จ

ครั้งหนึ่ง จอห์น รีล คาซิเมโร เคยเอาชนะน็อก อำนาจ รื่นเริง ในการชกชิงแชมป์ IBF รุ่น 112 ปอนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2559

เปิดบรรยากาศในฟิลิปปินส์ หลัง “ปาเกียว” แพ้คะแนน “อูกัส” แบบเป็นเอกฉันท์

บรรยากาศที่ประเทศฟิลิปปินส์ บ้านเกิดของ “เดอะแพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยเบอร์ 1 ของประเทศ ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยความผิดหวังหลังจากที่ยอดกำปั้นของพวกเขาต้องพบกับความปราชัยไฟต์ที่ 8 ในชีวิตกำปั้น

โดยผลการแข่งขันอย่างทีแฟนๆ ทราบกันดีว่า ยอดกำปั้นแดนปินส์ เป็นฝ่ายแพ้คะแนน ยอร์เดนิส อูกัส กำปั้นชาวคิวบา ไปแบบเอกฉันท์ (115-113, 116-112 และ 116-112) ที่สังเวียน ที-โมบาย อารีน่า, ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2564

โดยที่โบสถ์ของ แมนนี่ ปาเกียว ในเมือง เจเนรัล ซานโตส ทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนา ได้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันไฟต์นี้ให้ชมกันแบบสดๆ แต่หลังการชกจบลงทุกคนต่างก็ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน หลังกำปั้นขวัญใจพลาดโอกาสทวงเข็มขัดแชมป์โลก ซูเปอร์ของ สมาคมมวยโลก (WBA) รุ่นเวลเตอร์เวต กลับมาคาดที่เอวอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามรูปเกมในไฟต์นี้ต้องยอมรับว่า ตัวของแชมป์โลก 8 รุ่น ที่อายุปาเข้าไป 43 ปีนั้น แม้จะมีใจสู้เกิน 100 เหมือนเดิม แต่กับสภาพร่างกายของเจ้าตัวถือว่าไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นพลังกำปั้น และ ความเร็ว ยิ่งมาเจอกับ ยอร์เดนิส อูกัส ที่ตัวใหญ่กว่า และมีช่วงชกที่ยาวกว่าทำให้ยากที่จะต่อกรด้วย ถึงตอนนี้ก็ต้องรอการประกาศจากเจ้าตัวว่าจะเอาอย่างไรกับเส้นทางการค้ากำปั้นต่อจากนี้

หมัดหนักไม่แพ้กัน “นิโก้ อาลี” หลานชาย “มูฮัมหมัด อาลี” เปิดตัวชกอาชีพไฟต์แรก

กลายเป็นที่จับตามองในวงการกำปั้นทันทีสำหรับ นิโก้ อาลี วอลช์ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ หลายชายแท้ๆ ของ มูฮัมหมัด อาลี นักชกระดับตำนาน แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต ที่ขึ้นสังเวียนมวยอาชีพเป็นครั้งแรก

โดย กำปั้นวัย 21 ปี เดินตามรอยเท้าของคุณปู่ผู้ล่วงลับได้อย่างน่าประทับใจ หลังขึ้นสังเวียน ฮาร์ด ร็อก โฮเทล, ทัลซ่า พบกับ จอร์แดน วีคส์ นักชกวัย 29 ปี ที่ประสบการณ์เหนือกว่า (ชนะ 4 แพ้ 1) ในพิกัดรุ่นมิดเดิ้ลเวต

อย่างไรก็ตาม เกมการชกจบลงเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น เมื่อ นิโก้ อาลี ออกสเต็ปฟุตเวิร์ค ดักปล่อยหมัดฮุกขวาเข้าเต็มคางส่ง จอร์แดน วีคส์ หล่นลงไปให้กรรมการนับ 8 ก่อนคู่ชกจะกัดฟันลุกขึ้นมาสู้ต่อ

จากนั้น นิโก้ อาลี ไม่ปล่อยโอกาสทองเดินติดปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานเป็นชุด ทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชกหลังมองว่าคู่ชกไม่สามารถสู้ต่อได้ คว้าชัยไฟต์เปิดตัวโดยใช้เวลาเพียงแค่ 70 วินาทีเท่านั้น

หลังการชก กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ เปิดใจว่า “มันเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ทั้งหมดนี้เป็นไปตามความคาดหวังของผม และแน่นอน คุณปู่ของผม ผมคิดถึงท่านมาก”

“กำปั้นบราซิล” พลิกสถานการณ์จนคว้าเหรียญทองโอลิมปิก 2020

กลายเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมากสำหรับเกมการแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่น รุ่นมิดเดิ้ลเวต ในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว บนสังเวียน เรียวโกกุ โคคุกิคัน อารีน่า เมื่อวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2564 ทีผ่านมา

โดยรอบชิงเหรียญทอง เฮแบร์ต ซูซ่า กำปั้นจากประเทศบราซิล พบกับ โอเล็กซานเดอร์ คีซห์เนียค นักชกชาวยูเครน ซึ่งรูปเกมในช่วง 2 ยกแรก กำปั้นแซมบ้า ตกเป็นรองแบบสุดกู่แพ้คะแนนอยู่ 9-10 ทั้งสองยก

ซึ่งในช่วงยกสุดท้าย เฮแบร์ต ซูซ่า ต้องเดินหน้าเพื่อปิดบัญชีคู่ชกเท่านั้น ถึงจะสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาหยิบเหรียญทองได้ หลังคะแนนเป็นรอง 18-20 จากกรรมการทั้ง 5 ท่าน

อย่างไรก็ตาม นักชกวัย 23 ปี ก็ทำได้สำเร็จเมื่อตัดสินใจแลกหมัดแบบบ้าคลั่ง ก่อนทิ้งซ้ายเข้าเต็มคางส่ง โอเล็กซานเดอร์ คีซห์เนียค หงายท้องตึงลงไปให้กรรมการนับ ก่อนยุติการชกไปในท้ายที่สุด

จากชัยชนะในครั้งนี้ของ เฮแบร์ต ซูซ่า กำปั้นชาวบราซิล ถือเป็นคู่มวยสุดพลิกล็อกที่เกิดขึ้นในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ในครั้งนี้ทันที และเชื่อว่ามันจะอยู่ในความทรงจำของแฟนกำปั้นไปอีกนาน

“กำปั้นโคลอมเบีย” ถึงกับงง หลังไล่ถลุง “นักชกเจ้าภาพ” แต่กลับแพ้คะแนนขาดลอย

ยังคงเป็นประเด็นที่ทำให้หลายชาติแปลกใจกับผลการตัดสินในการแข่งขันกีฬามวยสากลสมัครเล่น ในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งแม้หนนี้ทาง คณะกรรมการโอลิมปิกสากล จะยุติบทบาทของ สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (IBA) ในการเข้าร่วมจัดการแข่งขันแล้วก็ตาม

แต่ล่าสุด ในการแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่นชาย รุ่นฟลายเวต (พิกัด 48 – 52 กก.) รอบ 8 คนสุดท้าย

ระหว่าง ยูเบอร์เยน มาร์ติเนซ กำปั้นชาวโคลอมเบีย ดีกรีเหรียญเงิน ริโอ 2016 กับ เรียวเมะ ทานากะ นักชกเจ้าถิ่น ก็เกิดเรื่องที่ทำให้แฟนมวยต้องแปลกใจอีกครั้ง

โดยเกมการชกต้องบอกว่าเดือดตั้งแต่ระฆังดัง กำปั้นทั้งคู่ออกมาเปิดฉากแลกหมัดกันไม่มีพัก ก่อนที่จบยกแรก ยูเบอร์เยน มาร์ติเนซ จะเป็นฝ่ายเอาชนะ 4-1 เสียง ส่วนในยกที่ 2 นักชกจากญี่ปุ่น เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 3-2 ทำให้ต้องไปวัดกันในยกสุดท้าย ซึ่งกรรมการต่างพร้อมใจเทคะแนนให้ กำปั้นเจ้าภาพ เอาชนะไปได้ 5-0 เสียง

ครบ 3 ยก กรรมการ 5 ท่าน รวมคะแนนก่อนชูมือให้ เรียวเมะ ทานากะ พลิกเอาชนะไปด้วยคะแนน 4-1 เสียง ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ พร้อมการันตีเหรียญทองแดง สร้างความแปลกใจให้กับแฟนกำปั้นเพราะรูปเกมนั้น นักชกโคลอมเบีย ต่อยเข้าเป้าได้มากกว่า ในขณะที่ ทานากะ เน้นปล่อยหมัดชุดแต่เข้าเป้าน้อยกว่า

นอกจากนี้หลังเกมการชกจบลง เรียวเมะ ทานากะ นักชกเจ้าถิ่นที่เป็นฝ่ายคว้าชัย ได้รับความบอบช้ำอย่างหนัก ถึงขั้นลุกเดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬาเองไม่ได้ ต้องให้ทีมงานใช้รถเข็นมารับที่ข้างสังเวียน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการเป็นการด่วน

ด้าน ยูเบอร์เยน มาร์ติเนซ กำปั้นชาวโคลอมเบีย ให้สัมภาษณ์กับ คาราโคล สถานีโทรทัศน์ในบ้านเกิดว่า “ผมไม่รู้ว่าผู้ตัดสินเห็นอะไรในการต่อสู้ แต่วันนี้ผมต้องพ่ายแพ้ ผมต้องการความยุติธรรม หลายครั้งการให้คะแนนของกรรมการดูจะไม่ถูกต้อง เราต้องการเข้าร่วมการแข่งขัน แต่ทางฝ่ายจัดกลับปล่อยให้มีการตัดสินที่ไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร”

สำหรับชัยชนะในครั้งนี้ของ เรียวเมะ ทานากะ กำปั้นจากจังหวัดกิฟุ ทำให้ประเทศญี่ปุ่น สามารถคว้าเหรียญรางวัล ในกีฬามวยสากลสมัครเล่น รุ่นฟลายเวต ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 61 ปี ซึ่งเจ้าตัวเป็นพี่ชายแท้ๆ ของ โคเซะ ทานากะ นักชกแชมป์โลก 3 รุ่นของ องค์กรมวยโลก (WBO) นั่นเอง

“สุดาพร” ชนะคะแนน “กำปั้นเอกวาดอร์” เข้ารอบ 16 คน มวยสากลโอลิมปิก

การแข่งขัน มวยสากล สมัครเล่น โอลิมปิกเกมส์ 2020 ประเภทหญิง รุ่นไลท์เวต (พิกัด 57 – 60 กก.) รอบ 32 คนสุดท้าย ที่สนาม เรียวโกกุ โคคุกิคัน เมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

“แต้ว” สุดาพร สีสอนดี กำปั้นสาวชาวไทยวัย 29 ปี ดีกรีเหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 2018 ขึ้นสังเวียนพบกับ มาเรีย โฆเซ่ ปาลาซิออส เอสปิโนซ่า นักชกสาวดาวรุ่งชาวเอกวาดอร์วัย 22 ปี

ยกแรก กำปั้นเอกวาดอร์ ที่ช่วงชกยาวกว่าเป็นฝ่ายเดินหน้าแย็บเล่นงาน แต่ สุดาพร ก็อาศัยจังหวะฉาบฉวยบุกเข้าออกหมัดหนึ่งสองเล่นงานใบหน้าสลับลำตัวเป็นระยะ แถมท้ายยกมาได้บวกซ้ายเข้าหน้าเต็มๆ

ยกสอง รูปเกมยังเหมือนเดิม มาเรีย ปาลาซิออส ยังอาศัยความยาวเดินออกหมัดตรงเล่นงาน แต่ สุดาพร ก็ไม่หวั่นใช้ฟุตเวิร์คดึงจังหวะวนอยู่วงนอกคอยเลือกต่อยเก็บแต้มไปเรื่อยๆ

ยกสุดท้าย กำปั้นสาวชาวไทย คุมเกมไม่ประมาทเซฟตัวเองอยู่วงนอก คอยดักปล่อยซ้ายเล่นงานเป็นระยะ ด้าน นักชกสาวเอกวาดอร์ พยายามเดินบุกแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก

ครบ 3 ยก กรรมการ 5 ท่านรวมคะแนนก่อนชูมือให้ จุฑามาศ จิตรพงศ์ กำปั้นชาวจังหวัดอุดรธานี เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 5-0

ผ่านเข้าไปพบกับ ซิมรานจิต คาอูร์ นักชกสาวจากอินเดีย ดีกรีแชมป์โลก 2018 และแชมป์เอเชียคนล่าสุด ในรอบ 16 คนสุดท้ายต่อไป

“ธิติสรรค์” กำปั้นดาวรุ่งของไทย บาดเจ็บหนักจำใจถอนตัวมวยโอลิมปิก

ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ “เจ้าเหลิม” ธิติสรรค์ ปั้นโหมด นักชกเสื้อกล้ามไทย ต้องตัดสินใจขอถอนตัวจากการแข่งขันในช่วงโค้งสุดท้าย

โดย กำปั้นวัย 19 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมที่บริเวณเข่าซ้าย ก่อนเข้ารับการรักษาตัวที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งทางสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าน่าจะหายทัน

อย่างไรก็ตามหลังรอดูอาการมาได้สักระยะอาการบาดเจ็บก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ต้องตัดสินใจใช้วิธีรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งแพทย์เผยเอ็นไขว้หน้าเข่าซ้ายฉีกจะต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 4-5 เดือน

ด้าน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิค ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่าก็ถือว่าเป็นการทำใจลำบาก แต่ก็ต้องยอมรับ ตัวนักมวยก็รู้สึกเสียดาย และเสียใจที่ไม่สามารถแข่งขันได้จนต้องถอนตัว แต่เชื่อว่าเขายังมีอนาคตเมื่อรักษาตัวแล้วยังมีโอกาสที่จะคว้าตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ สมัยหน้าที่ ปารีส 2024 แน่นอน

“สิทธิชัย” ยอดนักชกสานต่อธุรกิจครอบครัวปูทางชีวิตในอนาคต หลังเจอพิษโควิด

สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ยอดนักชกคิกบ็อกซิ่งจากบุรีรัมย์ วัย 29 ปี กำลังซุ่มสร้างธุรกิจของตัวเองหลังเจอพิษโควิด โดยหันไปทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เพื่อจุนเจือครอบครัว พร้อมมองไกลถึงขั้นยึดเป็นอาชีพหลักในระยะยาวหากถึงจุดที่ต้องอำลาสังเวียน

แม้ว่าปีที่ผ่านมา สิทธิชัย จะเปิดตัวกับ วัน แชมเปียนชิพ ได้ไม่สวยงามเท่าไหร่นัก เขายังคงมุ่งมั่นฝึกปรือฝีมือเพื่อเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาให้ได้อีกครั้งภายในปีนี้ แต่ในระหว่างที่ยังไม่มีรายการเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 เขาจึงหันไปเรียนรู้การทำธุรกิจผลิตและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์

ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวของฝั่งภรรยาสาว “น้องโบว์” พัชรนาฏ ชุมฝาง ที่ทำมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่เมื่อสักประมาณ 30 ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อบริษัท “CFN Interior & Design” โดย สิทธิชัย ได้เข้าไปช่วยงานคุณพ่อตาและเรียนรู้วิชามาร่วม 2 ปี แล้ว

ในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่ต้องดูแลภรรยาและลูกชายอีกหนึ่ง สิทธิชัย พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อสร้างโอกาสและเส้นทางอาชีพในอนาคต โดยเจ้าตัวเปิดเเผยว่า “อนาคตผมมองอาชีพนี้เอาไว้อย่างจริงจังนะครับ วันหนึ่งผมต้องสามารถรับงานได้ด้วยตัวเอง โชคดีที่พ่อตาและแม่ยายก็ให้การสนับสนุนเต็มที่ มีโอกาสได้ศึกษาอยู่เรื่อย ๆ ถ้าวันหนึ่งผมต้องเลิกชกมวย ผมก็ยังมั่นใจได้ว่า นี่จะเป็นอีกหนึ่งอาชีพติดตัวที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวต่อไปได้ครับ”

หากว่าแฟนหมัดมวยท่านใดที่สนใจอยากจะได้เฟอร์นิเจอร์บิวต์อินติดตั้งเพิ่มเติมในบ้านอยู่ตอนนี้ ก็สามารถทักไปทางกล่องข้อความผ่านเฟซบุ๊กของ สิทธิชัย กันได้เลย

ส่วนใครที่เฝ้ารอติดตามไฟต์ใหม่ของเจ้าตัว ก็ยังไม่ต้องถอดใจไปไหน เขายังคงซุ่มซ้อมวิชามวยอยู่เป็นนิจเพื่อหวังคืนสังเวียนเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

รวบรวมข่าวสาร วงการมวยสากล จากทั่วทุกมุมโลก !!