กรรมการไม่ยอมยุติการชกหลังพี่เลี้ยงโยนผ้าขาวขึ้นบนเวที

โดยคู่นี้เป็นการเดิมพันหาผู้ชนะเข้าไปชิงแชมป์โลก รุ่นไลท์เวลเตอร์เวทของ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) กับ จอช เทย์เลอร์ นักชกชาวสกอตแลนด์เจ้าของเข็มขัดแชมป์ ในช่วงปลายปีนี้

เกิดเรื่องสุดแปลกในวงการกำปั้นโลกรายการ แมตช์รูม บ็อกซิ่ง คู่ระหว่าง ลูอิส ริตสัน นักชกชาวอังกฤษ กับ เจเรเมียส ปอนเซ่ กำปั้นชาวอาร์เจนติน่า เดิมพันหาผู้ชนะเข้าไปชิงแชมป์โลก รุ่นไลท์เวลเตอร์เวทของ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) กับ จอช เทย์เลอร์ ที่สังเวียน อีเกิ้ลส์ คอมมิวนิตี้ อารีน่า, ประเทศอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา

โดยจังหวะอื้อฉาวเกิดขึ้นในยกที่ 10 ของการชก เมื่อ ลูอิส ริตสัน กำปั้นเจ้าถิ่นที่อยู่ในสภาพสุดบอบช้ำโดนตัดลำตัวทรุดลงไปให้กรรมการนับ 8 ก่อนลุกขึ้นมาสู้ต่อแต่ก็โดนพายุหมัดเล่นงานต่อเนื่องทำให้ทางมุมพี่เลี้ยงตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้

แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ สตีฟ เกรย์ กรรมการห้ามมวยชาวอังกฤษ กลับไม่ยอมสั่งยุติการชก แต่กลับเดินไปหยิบผ้าขาวโยนทิ้งออกไปนอกเวที แล้วสั่งให้เกมการชกดำเนินต่อไปเหมือนเดิม

ซึ่งแน่นอน เจเรเมียส ปอนเซ่ ยังเดินหน้าไล่ถลุงอย่างเมามันก่อนส่ง ลูอิส ริตสัน หล่นลงไปให้กรรมการนับ 8 อีกครั้ง จากนั้นก็ไล่ยำใหญ่จนท้ายสุด สตีฟ เกรย์ ต้องตัดสินใจยุติการชกด้วยตัวเอง

หลังไฟต์จบลง กรรมการห้ามมวยชาวอังกฤษ ได้เดินไปอธิบายกับทีมงานของ ลูอิส ริตสัน ในห้องแต่งตัวถึงการกระทำดังกล่าวว่า “ผมรู้ว่าหลายคนคงแปลกใจกับการกระทำของผม แต่เนื่องจากหมัดที่โดนเป็นการโดนในส่วนของลำตัว ไม่ได้โดนที่ศีรษะ ทำให้ผมตัดสินใจโยนผ้าออกไปเพราะผมเห็นว่าเขายังสู้ได้”

สำหรับ สตีฟ เกรย์ ผู้ตัดสินชาวอังกฤษ มีสถิติลงทำหน้าที่ตัดสินบนสังเวียนในระดับอาชีพมาแล้วกว่า 1,000 ไฟต์ ในรอบกว่า 20 ปี ถือว่ามีประสบการณ์มากทีเดียว แต่การกระทำของเจ้าตัวในครั้งนี้ถือว่ากลายเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว

“ดูบอยส์” ยังคงหมัดหนักเหมือนเดิมทุบ “ดินู” ซิวแชมป์ WBA อินเตอร์ฯ

“ไดนาไมต์” ดาเนี่ยล ดูบอยส์ กำปั้นดาวรุ่งหมัดหนักชาวอังกฤษ คืนสังเวียนอีกครั้งในรอบกว่า 6 เดือน หลังไฟต์ก่อนตัดสินใจขอยอมแพ้ในการพบกับ โจ จอยซ์ กำปั้นจอมเก๋าวัย 35 ปี เนื่องจากตาซ้ายปิดในยกที่ 10 ถือเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรกในชีวิต

ล่าสุด นักชกวัย 23 ปี กลับขึ้นสังเวียนพบกับ บ็อกดาน ดินู นักชกประสบการณ์สูงวัย 34 ปี ชาวโรมาเนีย โดยมีเข็มขัดแชมป์เฉพาะกาล สมาคมมวยโลก (WBA) รุ่นเฮฟวี่เวท เป็นเดิมพัน ที่เทลฟอร์ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซนเตอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เปิดฉากยกแรก ดาเนี่ยล ดูบอยส์ เป็นฝ่ายเดินบุกทันทีออกหมัดหนึ่งสองหนักๆ เล่นงานใบหน้าต่อเนื่อง ด้าน บ็อกดาน ดินู ที่ช่วงชกยาวกว่าเน้นใช้แย็บซ้ายนำก่อนที่จะฉากหนีอยู่วงนอกเพื่อดูเชิง แต่ก็ยังทำอะไรกันไม่ได้มากนัก

เข้าสู่ยกสอง เปิดมาเพียงแค่ 20 วินาที ดูบอยส์ เดินปรี่เข้าหาก่อนปล่อยหมัดชุดเล่นงานจน บ็อกดาน ดินู ถอยไปติดเชือก แล้วตามด้วยการทิ้งขวาตรงเข้าปลายคางส่งนักชกโรมาเนีย หงายท้องลงไปนอนให้กรรมการนับถึง 10 ก็ยังไม่ลุกขึ้นมา

จากชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ ดาเนี่ยล ดูบอยส์ กลายเป็น แชมป์เฉพาะกาล สมาคมมวยโลก (WBA) รุ่นเฮฟวี่เวท พร้อมเพิ่้มสถิติเป็นชนะ 16 (ชนะน็อก 15 ครั้ง) และแพ้เพียงแค่ไฟต์เดียวตลอดการชก

เปิดค่าตัว “ฟลอยด์” คืนสังเวียนกำปั้น ชกกับ “โลแกน” ยูทูบเบอร์ชื่อดัง

“เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ อดีตกำปั้นไร้พ่ายชาวสหรัฐฯ ที่มีโปรแกรมจะหวนคืนเวทีมวยอีกครั้งในวัย 44 ปี ที่สังเวียน ฮาร์ดร็อค อารีน่า, ไมอามี่ ในวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน นี้

โดยจะเป็นการชกไฟต์พิเศษกับ โลแกน พอล ยูทูบเบอร์จอมเกรียนชื่อดัง ในกติกามวยสากลอาชีพ กำหนด 6 ยก ที่เรียกว่ากลายเป็นที่สนใจของแฟนกำปั้นทั่วโลกเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการชกครั้งนี้

ล่าสุด เดอะซัน สื่อเจ้าดังของเกาะอังกฤษ ได้เผยตัวเลขค่าเหนื่อยล่อใจที่ทำให้ อดีตแชมป์โลก 5 รุ่น ตัดสินใจหวนกลับมาขึ้นสังเวียนอีกครั้งว่า เจ้าตัวจะได้รับเงิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 155 ล้านบาท) ยังไม่นับรวมส่วนแบ่ง 50% จากยอด PPV ทั้งหมดในรายการนี้

ขณะที่ โลแกน พอล ยูทูบเบอร์วัย 26 ปี คู่ชกของเจ้าตัวจะได้รับอยู่แค่ 2 แสนเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 6 ล้านบาท) และได้ส่วนแบ่ง 5% จากยอด PPV ทั้งหมดในรายการนี้ ถือว่าน้อยกว่า เจ้าของสถิติชนะรวด 50 ไฟต์ ถึง 25 เท่าเลยทีเดียว

ซึ่งหนสุดท้ายที่ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ขึ้นสังเวียนก็คือการพบกับ เทนชิน นาสุกาว่า นักชกชาวญี่ปุ่น เมื่อปลายปี 2018 ซึ่งครั้งนั้นเจ้าตัวโกยเงินไปมากถึง 9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 285 ล้านบาท) โดยใช้เวลาเพียงแค่ 136 วินาทีเท่านั้น

ถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดีหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ผมขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ขึ้นชกอีกครั้ง ผมไม่ได้เป็นนักมวยแล้ว ผมยังรักชีวิตของผม

แต่ถ้าผมเห็นโอกาสที่สามารถสร้างความบันเทิง และสนุกไปกับการสร้างรายได้ที่มากพอ แบบนี้ค่อยมาคุยกัน ถ้าผมจะทำอะไรสักอย่างมันจะต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอน” กำปั้นจอมโว เคยกล่าวไว้

สำหรับไฟต์การชกระหว่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กับ โลแกน พอล จะมีขึ้นที่สังเวียน ฮาร์ดร็อค อารีน่า, ไมอามี่ ในวันที่ 6 มิถุนายน นี้ ซึ่งค่า PPV ในการรับชมจะอยู่ที่ 49.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,500 บาท) และเชื่อเลยว่าไฟต์นี้จะโกยเงินเข้ากระเป๋าของทั้งคู่ได้มากมายอย่างแน่นอน

“เทย์เลอร์” ได้ 2 นับ ก่อนชนะคะแนน “รามิเรซ” อย่างเป็นเอกฉันท์

การแข่งขันชกมวย รายการ ท็อป แรงค์ (Top Rank) ที่สังเวียนกำปั้น เวอร์จิ้น โฮเทล, ลาส เวกัส, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา

คู่เอกของรายการ เดิมพันแชมป์โลก 4 สถาบัน รุ่นจูเนียร์ เวลเตอร์เวท เป็นการเจอกันของ จอช เทย์เลอร์ นักชกชาวสกอตแลนด์ แชมป์โลก 2 สถาบัน (WBA และ IBF) กับ โฮเซ่ รามิเรซ กำปั้นชาวสหรัฐฯ แชมป์ (WBC และ WBO)

เปิดเกมยกแรก นักชกทั้งคู่ยังดูเชิงกันเป็นส่วนใหญ่ จอช เทย์เลอร์ อาศัยหมัดแย็บเล่นงานจากวงนอกไม่ผลีผลามบุกแลกวงใน ขณะที่ กำปั้นชาวสหรัฐฯ ที่ช่วงชกสั้นกว่าพยายามพุ่งเข้าหาเพื่อตัดลำตัวด้วยหมัดซ้ายบ่อยครั้ง

ยกสอง กำปั้นชาวสกอตแลนด์ ยังคงใช้แผนดึงจังหวะแล้วต่อยจากวงนอกเล่นงานเป็นระยะ ด้าน โฮเซ่ รามิเรซ พยายามชวนทะเลาะด้วยการเดินติดออกหมัดฮุกเล่นงานที่ลำตัวสลับใบหน้า

ยกสาม – ยกห้า โฮเซ่ รามิเรซ เริ่มเหนือกว่าหลังเปลี่ยนแผนมาเดินบุกเร็วขึ้นไล่ตัดลำตัวหนักๆ หลายหมัดทำเอา จอช เทย์เลอร์ ถึงกับต้องโผเข้ากอด จากนั้นก็ระดมหมัดอัพเปอร์คัทเล่นงานใบหน้าทำเอา นักชกชาวสกอตแลนด์ ถึงกับถอยจนติดเชือก

ยกหก ถือเป็นจุดเปลี่ยนของไฟต์เลยเมื่อ กำปั้นชาวสหรัฐฯ ที่กำลังได้ใจเดินลุยทันทีหลังเสียงระฆังดังแต่กลับถูก จอช เทย์เลอร์ ดักปล่อยซ้ายเข้าปลายคางเต็มๆ หล่นลงไปให้กรรมการนับถึง 8 จากนั้นเป็นทางฝั่ง เทย์เลอร์ ที่คุมสถานการณ์ชกได้หมด

ยกเจ็ด รามิเรซ ที่ฟื้นตัวแล้วพยายามเดินกดดัน เทย์เลอร์ แต่ก็ไม่ดุดันเหมือนช่วงต้นๆ ทำให้ นักชกชาวสกอตแลนด์ รับมือได้ไม่ยาก แถมในช่วงปลายยก ยังอัพเปอร์คัทซ้ายเข้าเต็มๆ ส่ง กำปั้นชาวสหรัฐฯ หล่นลงไปให้กรรมการนับอีกครั้ง ซึ่งหนนี้ดูย่ำแย่เอามากๆ เมื่อไม่สามารถทรงตัวได้อยู่แต่ระฆังก็ช่วยไว้ได้ทัน

ช่วงที่เหลือ แม้ นักชกชาวสกอตแลนด์ จะไม่สามารถปิดบัญชีได้ แต่ก็คุมรูปเกมไว้ได้หมด เหนือกว่าในทุกยกทำให้ครบ 12 ยก กรรมการรวมคะแนนพร้อมทั้งชูมือให้ จอช เทย์เลอร์ เป็นฝ่ายชนะคะแนนแบบเอกฉันท์ 114-112 ทั้งสามเสียง

ส่งผลให้ จอช เทย์เลอร์ คว้าเข็มขัดแชมป์โลก 4 สถาบัน (WBA, IBF, WBC และ WBO) เอาไว้ได้ พ่วงด้วยเข็มขัด เดอะ ริงก์ (The Ring) รวมทั้งเพิ่มสถิติการชกเป็นชนะรวด 18 ไฟต์ แถมเป็นการชนะน็อก 13 ครั้ง ซึ่งไฟต์ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเอาชนะน็อก ดาวเหนือ เรือใบไข่มุก กำปั้นชาวไทยไปได้ในยกแรก และทำให้ชื่อเป็นที่คุ้นหูแฟนหมัดมวยชาวไทย

หมัดต่อหมัด “ฟิเกรัว” ยืนแลกหมัดไม่ยั้ง จนส่ง “เนรี่” ลงไปกองในยกที่ 7

การแข่งขันชกมวย ศึกล้มแชมป์ รุ่นซูเปอร์ แบนตั้มเวท ระหว่าง หลุยส์ เนรี่ นักชกชาวเม็กซิโก เจ้าของแชมป์สภามวยโลก (WBC) กับ แบรนดอน ฟิเกรัว กำปั้นชาวสหรัฐฯ สมาคมมวยโลก (WBA)

ที่สังเวียน ดิกนิตี้ เฮลท์ สปอร์ต พาร์ค, สหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เริ่มเกมมา กำปั้นทั้งคู่เปิดฉากแลกหมัดหนักใส่กันทันทีชนิดไม่มีใครยอมใคร เรียกว่าบอบช้ำกันไปพอสมควร โดยทางฝั่ง แบรนดอน ฟิเกรัว มีแผลแตกที่หางตาซ้าย ขณะที่ หลุยส์ เนรี่ ก็โดนหมัดตัดลำตัวไปเยอะจนยุบลงไปเห็นได้ชัด

เกมดำเนินไปจนถึงช่วงยกที่ 5 กำปั้นจังโก้ เปลี่ยนแผนมาเล่นวงนอก พยายามดึงจังหวะแล้วอาศัยหมัดฉาบฉวย แต่กลับโดน กำปั้นชาวสหรัฐฯ ไล่ถลุงลำตัวเป็นว่าเล่นจนสภาพบอบช้ำเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตามเกมมาจบลงในยกที่ 7 เมื่อ แบรนดอน ฟิเกรัว ระดมหมัดอัปเปอร์คัทใส่ หลุยส์ เนรี่ เป็นชุดทั้งใบหน้าสลับลำตัว ก่อนส่ง นักชกชาวเม็กซิโก ลงไปกองให้กรรมการนับถึง 10 ก็ไม่ลุก

ทำให้ แบรนดอน ฟิเกรัว กำปั้นชาวสหรัฐฯ ป้องกันแชมป์สมาคมมวยโลก (WBA) เอาไว้ได้ รวมทั้งกระชากแชมป์สภามวยโลก (WBC) มาครองได้อีกเส้น พร้อมกันนี้จะได้ทำศึกล้มแชมป์ต่อกับ สตีเฟ่น ฟูลตัน แชมป์องค์กรมวยโลก (WBO) ในช่วงปลายปีนี้

“กาเนโล่” ไล่อัด “ซอนเดอร์ส” จนขอยอมแพ้ไม่ออกจากมุม พร้อมคว้าแชมป์ WBO มาอีกเส้น

ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ กำปั้นชาวเม็กซิกัน เจ้าของแชมป์ 2 สถาบัน รุ่นซูเปอร์มิดเดิ้ลเวท (WBA และ WBC)

เดิมพันแชมป์กับ บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส นักชาวชาวอังกฤษ เจ้าของเข็มขัดแชมป์องค์กรมวยโลก (WBO) ที่สังเวียน เอที แอนด์ ที สเตเดี้ยม, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เปิดเกมมาในช่วงแรก บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส ที่ถนัดวงนอกอาศัยออกหมัดแย็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ “กาเนโล่” ที่ช่วงชกสั้นกว่าพยายามเดินติดเพื่อออกหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัวสลับใบหน้า แต่กำปั้นชาวอังกฤษ ก็ถอยวนหนีไม่แลกด้วยพยายามออกหมัดยาวๆ เล่นงานจากวงนอก

รูปเกมเป็นไปอย่างนั้นจนเข้าสู่ยก 5 กำปั้นชาวเม็กซิกัน พยายามเร่งเครื่องเดินเร็วมากขึ้นแล้วก็ได้ผลเมื่อปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัว บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส จนมีอาการยุบให้เห็น แต่นักชกชาวอังกฤษก็ยังฉากหนีปล่อยหมัดแย็บเล่นงานวงนอกต่อเนื่อง

ยก 6 ซาอูล อัลวาเรซ ยังคงใช้แผนเดิมเดินลุยติดไม่ให้คู่ชกหายใจได้ทัน แต่ กำปั้นชาวอังกฤษ ก็ยังเล่นสงครามประสาทคอยทำท่ายั่วยุเป็นระยะดักปล่อยหมัดจากวงนอก ช่วงปลายยก “กาเนโล่” ออกหมัดอัดใบหน้าสองครั้งซ้อนทำเอา บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส ถึงกับต้องถอยหนี

เข้าสู่ยก 8 กำปั้นชาวเม็กซิกัน เริ่มคุมเกมได้เหนือกว่าเนื่องจาก บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส ไม่สามารถออกมาเต้นฟุตเวิร์คได้เหมือนที่ผ่านมา ทำให้ “กาเนโล่” ไล่ถลุงหมัดเล่นงานชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ในช่วงปลายยกจะมาโดนหมัดเข้าหน้าจังๆ จนทำให้ตาขวาปิดเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตามหลังกรรมการเรียกทั้งคู่ออกจากมุมในยกที่ 9 ปรากฎว่า บิลลี่ โจ ซอนเดอร์ส นักชาวชาวอังกฤษตัดสินใจขอยอมแพ้ไม่ออกจากมุม ทำให้ ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ เป็นฝ่ายเอาชนะ RTD ไปได้ในยกที่ 8 คว้าแชมป์โลก 3 สถามัน (WBC, WBA และ WBO) และ The Ring มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

สมาพันธ์มวยพม่า ได้ส่งตัวแทน ฝากขอโทษผ่านมาทาง “เพจบัวขาว” ในกรณี “เลดัก” แชมป์มวยพม่า โพสต์หยามมวยไทย

หลังจากกลายเป็นกระแสร้อนในวงการมวยไทยและมวยพม่าไปเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา สำหรับโพสต์ของ เดฟ เลดัก กำปั้นชาวแคนาดา

ล่าสุด เพจ Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) ของซูเปอร์สตาร์กำปั้นชาวไทย บัวขาว บัญชาเมฆ ได้รับจดหมายโดยตรงจาก สมาพันธ์มวยพม่า ณ ประเทศไทย ให้ช่วยแชร์และฝากคำขอโทษต่อแฟนมวยชาวไทยและทั่วโลก มีใจความดังนี้

“แถลงการณ์ทางผู้แทนอย่างเป็นทางการของ สมาพันธ์ มวยพม่า (มวยลัดเว่ย) แห่งประเทศประเทศพม่า ประจำประเทศไทย ฝากให้เพจพี่บัวขาว ช่วยแชร์

ถึงพี่น้องคนมวยและคนรักมวยในประเทศไทยและทั่วโลกทุกคน

ผมนาย ตั้น ซิน อู ผู้แทนอย่างเป็นทางการของ สมาพันธ์ มวยพม่า (มวยลัดเว่ย) แห่งประเทศประเทศพม่า ประจำประเทศไทย ขอกล่าวชี้แจงให้พี่น้องทุกท่านทราบว่า ข้อความและเนื้อหา ที่ ดูหมิ่น มวยไทย และประวัติศาสตร์ของมวยไทยรวมถึงนายขนมต้ม ทั้งหมดที่ นาย เดฟ เลอดัก (นักมวยชาวแคนาดา) ได้กล่าวไว้บนโพสต์ของเค้าบนโซเชี่ยลนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางสมาพันธุ์มวยพม่าแต่อย่างใดทั้งสิ้น

มวยพม่ากับมวยไทยเปรียบเสมือน มวยพี่น้อง ที่มีประวัติยาวนานร่วมกัน และเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของกีฬาและศิลปะป้องกันตัวของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งควรค่าต่อการรักษา อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่เสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ และสร้างความสามัคคีในหมู่นักกีฬาและผู้ฝึกซ้อมของทั้งชาวไทยและชาวพม่า อีกทั้งวงการมวยของทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนาน

จึงทำให้การที่ นาย เดฟ เลอดัก ออกมาโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมดังกล่าวนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งและทางสมาพันธ์มวยพม่าโดยมีผมซึ่งเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการประจำประเทศไทย ขอประณามและไม่เห็นด้วยกับทุกสิ่งทุกอย่างที่บุคคลนี้กล่าวโพสต์ออกมา

จึงเรียนมาเพื่อให้พี่น้องทุกท่านทราบ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

นาย ตั้น ซิน อู

ตัวแทนสมาพันธ์มวยพม่า ณ ประเทศไทย”

“แสนชัย” ได้ออกมายอมรับว่าตนติดเชื้อโควิด-19 พร้อมแจงไทม์ไลน์ชัดเจน และขอโทษทุกฝ่าย

“โคตรมวยสารคาม” แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ทำเอาแฟนกำปั้นอึ้งเมื่อเปิดเผยว่าได้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเจ้าตัวได้เผยผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว Saenchai Muaythaigym เมื่อช่วงดึกคืนวันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา

โดย ยอดนักชกวัย 40 ปี ได้เผยว่าเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบตั้งวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา จากนั้นได้เข้ารับการตรวจหาเชื่อซึ่งผลออกมาเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ระบุว่าตนนั้นติดเชื้อโควิด-19 ก็อยากจะออกมาขอโทษ พร้อมบอกพี่น้องในวงการที่ได้เจอกับเจ้าตัวให้ทำการตรวจเชื้อ

ไทม์ไลน์ของ “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”

  • 8 เมษายน : ไปค่ายมวยของ “เเมทธิว ดีน” ก่อนได้รับแจ้งว่า มีนักมวยที่มาใช้บริการติดเชื้อโควิด-19 ใน
  • 9 เมษายน : ไม่มีอาการใดๆ แต่กักตัวอยู่ที่บ้าน
  • 14 เมษายน : รับประทานอาหารกับพี่ชายที่ร้าน TENJO เดอะไนน์ พระราม 9 จากนั้นไปค่ายมวยผู้พันวิทย์ นวลจันทร์ ซอย 16
  • 16 เมษายน : เดินทางไปค่ายมวยผู้พันวิทย์ นวลจันทร์ ซอย 16
  • 19 เมษายน : ไปค่ายหยกขาว สุขุมวิท 16 ซ้อมมวยแต่รู้สึกว่าไม่ไหว ก่อนไปฉีดยาบำรุงที่คลินิกขวัญพนม บางโพ
  • 20 เมษายน : ไปค่ายหยกขาว สุขุมวิท 16 ก่อนที่ช่วงบ่ายจะไปค่าย พี.เค แต่รู้สึกตัวว่ามีอาการป่วย จึงตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไม่ได้เข้าไปที่ค่าย
  • 21 เมษายน : อยู่บ้าน
  • 22 เมษายน : ไปตรวจเชื้อโควิด-19
  • 23 เมษายน : ทราบผลว่าตัวเองติดเชื้อ โควิด-19

“เจค พอล” ยูทูบเบอร์สร้างสถิติ PPV มากสุดแห่งปี พร้อมโกยเงิน 2,345 ล้านบาท เข้ากระเป๋า

ต้องบอกว่าพลิกฐานะได้สบายๆ เลยสำหรับ เจค พอล ยูทูบเบอร์คนดังชาวสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจขึ้นสังเวียนกำปั้นพบกับ เบน แอสเครน อดีตนักสู้ดีกรีแชมป์โลก MMA ในการชกมวยสากล

กำหนด 8 ยก รายการ Triller Fight Club ที่สังเวียน เมอร์เซเดส-เบนซ์, แอตแลนต้า, สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 17 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา

ซึ่งผลการแข่งขันก็อย่างที่แฟนๆ รับทราบกันไปแล้วคือ ยูทูบเบอร์วัย 24 ปี ใช้เวลาเพียง 1 นาที 59 วินาที ของยกแรก เป็นฝ่ายปล่อยขวาเข้าหน้าเต็มๆ ส่ง เบน แอสเครน หล่นลงไปกองให้กรรมการนับถึง 8

ก่อนที่กรรมการตัดสินใจยุติการชกไปในที่สุดเนื่องจาก อดีตนักสู้ MMA ไม่อยู่ในสภาพพร้อมชก

โดยล่าสุด เจค พอล ผู้กำชัยบนสังเวียน ที่ได้ค่าตัว 690,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 21.5 ล้านบาท) ในการขึ้นชกไฟต์ดังกล่าว ได้โพสต์ภาพกับกองเงินจำนวนมหาศาลลงในอินสตาแกรม

พร้อมข้อความ “1.5 ล้าน PPV (จำนวนยอดซื้อเพื่อเข้าชมของแฟนๆ) คิดเป็นรายได้สูงถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,345 ล้านบาท)”

งานนี้เรียกว่าเจ้าตัวเป็นเศรษฐีในช่วงข้ามคืนทันที เพราะเงินค่า Pay-Per-View ดังกล่าวจะถูกแบ่งเปอร์เซ็นต์มาให้กับเจ้าตัวเป็นโบนัสสำหรับการขึ้นชก แถมตัวเลขดังกล่าวยังขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในไฟต์ที่มีผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดของปี 2021 ไปเรียบร้อย

นอกจากนี้ เจค พอล ยูทูบเบอร์คนดังยังเพิ่มสถิติการชกมวยสากลเป็นชนะน็อกรวด 3 ครั้งติด และแน่นอนเจ้าตัวเตรียมที่จะท้านักมวยอาชีพ หรือนักสู้ MMA รายต่อไปชกในอนาคต โดยมีเป้าหมายคือการทำสถิติ PPV ให้มากถึง 3-4 ล้านเลยทีเดียว

โปรโมเตอร์เผย เตรียมคอนเฟิร์มสังเวียนบู๊ “โจชัว-ฟิวรี” สัปดาห์หน้า

สำหรับศึกชิงความเป็นหนึ่งในรุ่นเฮฟวีเวต กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังจากตัวแทนของทั้ง ไทสัน ฟิวรี และ แอนโธนี โอชัว ใกล้บรรลุข้อตกลงในขั้นตอนสุดท้าย โดยคาดว่าการชกครั้งนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านปอนด์ จากการขึ้นชก 2 ไฟต์

และถึงแม้จะมีการแย้มออกมาแล้วว่า ไฟต์แรกน่าจะชกกันได้ไม่เกินเดือนกรกฎาคมปีนี้ แต่ยังไม่มีการยืนยันถึงเรื่องสถานที่ เนื่องจากมีข้อเสนอจากต่างแดน ยื่นเข้ามาให้พิจารณาจากหลายชาติทั่วโลก

ซึ่งล่าสุด เอ็ดดี เฮิร์น โปรโมเตอร์หนุ่มจากแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้ออกมาแย้มว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการยืนยันว่า ไฟต์แรกของทั้ง ไทสัน ฟิวรี และ แอนโธนี โจชัว จะไปจัดการแข่งขันที่ไหนกันแน่

“ผมคิดว่าในช่วงปลายสัปดาห์หน้า ทุกอย่างจะเสร็จสิ้น การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี แต่ผมยังไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เรากำลังปิดการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องสถานที่ และจะมีประกาศอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่สามารถพูดได้มากไปกว่านี้” เอ็ดดี เฮิร์น กล่าวกับสื่อเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เดลี เมล์ สื่อดังของอังกฤษยังเผยอีกว่า มีข้อเสนอจากทั้ง ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จีน, สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมเสนอตัว ในการเป็นสังเวียนไฟต์หยุดโลกของรุ่นเฮฟวีเวตในครั้งนี้

รวบรวมข่าวสาร วงการมวยสากล จากทั่วทุกมุมโลก !!