อายุเป็นเพียงตัวเลข เมื่อ “ไทสัน” ติดต่อขอขึ้นชกกับ “เจค พอล” ยูทูบเบอร์สายมวย

ภายหลังจากเพิ่งผ่านพ้นกรณีทำร้ายร่างกายแฟนคลับบนเครื่องบินมาไม่นาน ล่าสุด ไมค์ ไทสัน ตำนานแชมป์มวยโลกรุ่นเฮฟวี่เวทก็ออกมาเคลื่อนไหว พร้อมกับประกาศที่ทำให้แฟนๆตื่นเต้นอีกครั้ง

โดยอดีตแชมป์โลกวัย 55 ปี เผยในรายการพอดแคสต์ “Club Random” ของ บิล มาเฮอร์ พิธีกรชาวอเมริกันเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ว่า เขาประสงค์ที่จะหวนคืนสังเวียนอีกหนเพื่อขึ้นชกกับ เจค พอล ยูทูบเบอร์สายมวยวัย 25 ปี ที่กำลังโด่งดังหลังผันตัวมาเป็นนักมวยอาชีพเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่ง ไทสัน ได้กล่าวกับ มาเฮอร์ เอาไว้ว่า

“เจค พอล ต้องการจะสู้กับคุณหรือเปล่า?” มาเฮอร์ ถาม

“ใช่ ผมจะโทรหาเขาในวันศุกร์ (13 พ.ค.) และเราจะคุยกันอย่างแน่นอน เขา (เจค พอล) อาจได้กำไรมากกว่าเป็นแชมป์โลกเสียอีก เขาจะพานักพนันทั้งหลายแห่มาลงทุนระหว่างผมกับเขา แต่ฟังนะ รู้ไหมว่าผมกังวลเรื่องอะไร? ผมกังวลว่าเขาจะมีปัญหาก่อนการต่อสู้จะเกิดขึ้น มาชกกันให้ได้นะ เจคกี้” ไทสัน ตอบกลับ

ทั้งนี้ ไทสัน ยังชื่นชม เจค พอล เป็นการทิ้งท้ายว่า “ผมไม่เคยแม้แต่จะมองเขา แต่เขาเป็นนักสู้ แต่ผู้คนไม่อยากยกให้เขาเป็นนักสู้ เพราะเขาหน้าตาดี ผิวขาว ตาสีฟ้า และผมสีบลอนด์”

“แต่จริงๆแล้ว เขาสู้ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ กิริยาเขามันชวนให้คนทั้งโลกอยากซัดหน้าเขา ผมบอกเลยว่าเจ้าหมอนี่มันขายสรรพคุณตัวเองเก่ง และเขาเป็นโปรโมเตอร์มวยที่ยอดเยี่ยมแบบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ”

สำหรับ เจค พอล ยูทูบเบอร์สายมวย หันมาชกมวยอาชีพจริงจังเมื่อปี 2020 โดยมีสถิตการชก 5 ไฟต์ชนะรวดแบ่งเป็นชนะน็อค 4 ไฟต์ อย่างไรก็ดี คู่ชกของเขามักเป็นยูทูบเบอร์ด้วยกันเองหรือนักกีฬาที่อายุมากแล้ว ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวเผยว่าจะกลับมาขึ้นชกไฟต์ต่อไปวันที่ 13 สิงหาคมนี้โดยยังไม่เปิดเผยคู่ชก

ส่วนทาง ไทสัน ขึ้นชกครั้งล่าสุดในงานมวยโชว์ตัวเมื่อปี 2020 พบกับ รอย โจนส์ จูเนียร์ ซึ่งจบลงที่ผลเสมอกัน

ทวงแชมป์โลก “ศรีสะเกษ” ได้สิทธิ์ท้าชิง “เจสซี่” พร้อมกำหนดวันชกเรียบร้อย

ความเคลื่อนไหวของ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นขวัญใจชาวไทย ที่แม้อันดับโลกหล่นจากอันดับ 1 มาอยู่ที่ 2 ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามล่าสุด สภามวยโลก (WBC) และ เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น มีความเห็นตรงกันที่จะจัดศึกให้กับ กำปั้นชาวไทยวัย 35 ปี ได้ขึ้นสังเวียนชิงแชมป์โลกคืนอีกครั้ง

โดยจะเป็นคู่เอกของรายการเจอกับ “แบม” เจสซี่ โรดริเกวซ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) ที่เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน คาร์ลอส คูเอดราส ไปได้แบบเอกฉันท์ หลังได้รับโอกาสให้เป็นมวยแทนในไฟต์ก่อน

ซึ่งหนนั้น “เจ้าแหลม” เกิดมีปัญหาในเรื่องของสภาพร่างกายทำให้ต้องถอนตัวจากการชก ซึ่งแพทย์เผยว่าเป็นอาการของไตอักเสบ ที่เกิดจากภาวะขาดนํ้า ทำให้ไตต้องทำงานหนักจนเกิดการอักเสบ และไม่สามารถขึ้นชกได้

สำหรับ แชมป์โลกดาวรุ่งวัย 22 ปี เจ้าของสถิติชนะรวด 15 ไฟต์ (ชนะน็อก 10 ครั้ง) จะขึ้นป้องกันตำแหน่งกับ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่สังเวียน ทีช พอร์ต อารีน่า, รัฐเท็กซัส, สหรัฐอเมริกา ในวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน นี้ (ตรงกับบ้านเราเช้าวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน)

ปรี๊ดแตก “ไมค์ ไทสัน” ฟิวส์ขาดกระหน่ำรัวหมัดใส่หนุ่มเกรียนบนเครื่องบิน

ข่าวฉาวล่าสุดของวงการมวยโลก เมื่อ ไมค์ ไทสัน ตำนานกำปั้นชาวอเมริกัน มีเรื่องกับหนุ่มเกรียนจอมกวนใจ โดยงานนี้เกิดขึ้นบนเครื่องบินท่ามกลางสายตาผู้โดยสารหลายราย

TMZ Sports สื่อกอสซิปกีฬาดัง ได้เผยคลิป อดีตนักมวยแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวต 3 สถาบัน (WBA, WBC และ IBF) ขณะกำลังโดยสารอยู่บนเครื่องบิน แต่มีหนุ่มจอมกวนมายั่วโมโหอยู่พักใหญ่ ทำให้สุดท้ายเจ้าตัวทนไม่ไหว และส่งผลให้หนุ่มซ่าได้แผลบนใบหน้าเป็นของฝากกลางเวหา

โดยที่มาของเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นขณะที่เครื่องบินลำนี้กำลังเดินทางจากสนามบินซาน ฟรานซิสโก อินเตอร์เนชันแนล แอร์พอร์ต ไปยังฟลอริดา เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดย ไทสัน นั่งอยู่เบาะหน้า ส่วนหนุ่มคู่กรณีนั่งอยู่เบาะหลังแถวถัดไป

มีการอธิบายจากผู้โดยสารที่อยู่ในเหตการณ์ว่า หนุ่มเกรียนคนดังกล่าว “ดี๊ด๊าเกินเหตุ” ที่ได้เจอ “มฤตยูดำ” อย่างใกล้ชิด และพยายามไปพูดนั่นพูดนี่ที่ข้างหูของ ไทสัน ไม่หยุด แม้ตัวของ ไทสัน จะพยายามห้ามปรามและสงบสติอารมณ์ตัวเองแล้ว แต่เมื่อถูกยั่วยุมากเข้าก็ทนไม่ไหวจึงจัดการสั่งสอนด้วยกำปั้น

ด้านตัวแทนของอดีตแชมป์โลกวัย 55 ปี ชี้แจงด้วยว่าผู้โดยสารคนนั้นพยายามรบกวน ไทสัน ขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยพฤติกรรมก้าวร้าว แถมยังปาขวดน้ำใส่ “โชคไม่ดีเลยที่คุณไทสันเจออุบัติเหตุขณะนั่งเครื่องบิน เพราะมีผู้โดยสารก้าวร้าวลุกมาก่อกวนเขา และปาขวดน้ำใส่อีก”

ด้านของ ไทสัน เมื่อจัดการคู่กรณีจนสงบนิ่งไปแล้ว ก็เก็บกระเป๋าออกจากเครื่องทันทีหลังเครื่องแลนดิ้งถึงพื้นสนามบิน ส่วนชายคนดังกล่าวที่หลายคนเห็นว่ามีอาการเมาสุรา ต้องเข้าโรงพยาบาลและได้แจ้งตำรวจเพื่อให้จัดการกับอดีตนักมวยแชมป์รุ่นยักษ์

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำซาน ฟรานซิสโก ได้พยายามสอบปากคำชายคู่กรณี แต่กลับถูกปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน

“สเปนซ์” ไล่อัด “อูกัส” จนตาปิด ในยกที่ 10 พร้อมคว้าเข็มขัดแชมป์โลกเส้นที่ 3 ไปครอง

เอร์รอล สเปนซ์ จูเนียร์ กำปั้นชาวสหรัฐฯ เดินหน้าล่าเข็มขัดแชมป์โลก รุ่นเวลเตอร์เวต 3 สถาบัน มาครองได้สำเร็จ หลังเป็นฝ่ายเอาชนะทีเคโอ ยอร์เดนิส อูกัส กำปั้นชาวคิวบา ที่สังเวียน เอที แอนด์ ที, รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา

โดยไฟต์นี้ นักชกวัย 32 ปี เจ้าของแชมป์โลก 2 สถาบัน (WBC และ IBF) ทำศึกล้มแชมป์กับ ยอร์เดนิส อูกัส กำปั้นชาวคิวบา แชมป์โลก ซูเปอร์ สมาคมมวยโลก (WBA) ที่กระชากแชมป์ได้จากการเอาชนะคะแนน “เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดนักชกชาวฟิลิปปินส์

รูปเกมในช่วงแรกเป็นทางด้าน เอร์รอล สเปนซ์ จูเนียร์ ที่เดินลุยออกหมัดหนักๆ เล่นงานอย่างจะแจ้ง ขณะที่ แชมป์โลกชาวคิวบา เน้นออกหมัดแย็บก่อกวน และโยกหลบไม่เป็นเป้านิ่งปล่อยหมัดหนึ่งสองสวนเป็นระยะ

อย่างไรก็ตามหลังเข้าสู่ยกที่ 10 ยอร์เดนิส อูกัส ก็โดนกรรมการเรียกดูอาการหลังจากสภาพใบหน้าบอบช้ำเนื่องจากโดนหมัดหนักๆ จนตาขวาปิดไม่สามารถมองเห็นได้ถนัด จนสุดท้ายแพทย์สนามต้องสั่งยุติการชกเนื่องจากอาจเป็นอันตรายหากยังฝืนชกต่อไป

ทำให้ เอร์รอล สเปนซ์ จูเนียร์ เป็นฝ่ายเอาชนะทีเคโอ ไปได้ในยกที่ 10 พร้อมเพิ่มสถิติชนะรวด 28 ไฟต์ (ชนะน็อก 22 ครั้ง) รวบแชมป์โลก 3 เส้น (WBC, IBF และ WBA) มาครองได้สำเร็จ โดยเป้าหมายต่อไปอยากเจอกับ เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด แชมป์องค์กรมวยโลก (WBO)

“โกลอฟกิ้น” ปิดบัญชี “มุราตะ” ในยกที่ 9 พร้อมคว้าเข็มขัดแชมป์โลก เส้นที่ 3 ไปครอง

การแข่งขันชกมวยชิงแชมป์โลก รุ่นมิดเดิ้ลเวท “ทริปเปิ้ลจี” เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น แชมป์โลก 2 สถาบัน ชาวคาซัคสถาน (IBF, IBO) ขึ้นสังเวียนเดิมพันแชมป์กับ เรียวตะ มุราตะ กำปั้นชาวญี่ปุ่นวัย 36 ปี แชมป์สมาคมมวยโลก (WBA) ที่ ไซตามะ ซูเปอร์อารีน่า, ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา

เปิดฉากมาในช่วงแรก เรียวตะ มุราตะ กำปั้นเจ้าถิ่นทำได้ดีกว่าด้วยการเดินออกหมัดยาวๆ และตามด้วยหมัดหนึ่งสองเข้าโจมตีต่อเนื่อง เรียกเสียงเฮจากแฟนๆ ในบ้านที่ตามมาเชียร์แน่นสนาม ขณะที่ โกลอฟกิ้น พยายามเดินติดเพื่อออกหมัดเล่นงานสวน

จุดเปลี่ยนของเกมมาเกิดขึ้นในยกที่ 6 เมื่อ กำปั้นชาวคาซัคสถาน ได้โอกาสปล่อยฮุกขวาเข้าปลายคางนักชกญี่ปุ่นทำเอาฟันยางกระเด็น และทำให้เจ้าตัวช็อตไปดื้อๆ ก่อนโดนถลุงชุดใหญ่จนสภาพร่างกายบอบช้ำไปมาก

เกมดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด กำปั้นทั้งคู่เดินแลกหมัดกันชนิดไม่มีใครยอมใคร จนเข้าสู่ยก 9 “ทริปเปิ้ลจี” เป็นฝ่ายคุมเกมเดินออกหมัดหนักๆ เล่นงาน ก่อนที่ในช่วงเหลืออีก 55 วินาทีของยก กำปั้นชาวคาซัคสถาน จะทิ้งหมัดขวาเข้าปลายคางทำเอา เรียวตะ มุราตะ ทรุดลงไปให้กรรมการนับก่อนที่พี่เลี้ยงจะตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้

ทำให้ “ทริปเปิ้ลจี” เกนนาดี้ โกลอฟกิ้น คว้าแชมป์โลก รุ่นมิดเดิ้ลเวท 3 สถาบัน IBF, WBA และ IBO ในวัย 40 ปี พร้อมทั้งเพิ่มสถิติชนะ 42 เสมอ 1 และแพ้เพียงครั้งเดียว และมีความเป็นไปได้ที่จะกลับไปเปิดศึกภาค 3 กับ ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ กำปั้นชาวเม็กซิกัน

“เอ็มมานูเอล” ลูกชายของ “ปาเกียว” ได้ขึ้นชกประเดิมไฟต์แรกของตัวเองแล้ว ที่ USA

“เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว อดีตยอดกำปั้นระดับตำนานชาวฟิลิปปินส์ ถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อจะมีผู้สืบทอดบนสังเวียนต่อจากเขาในอนาคตแน่นอนแล้ว หลัง เอ็มมานูเอล ปาเกียว จูเนียร์ ลูกชายของเขาตัดสินใจเลือกเดินทางตามรอยเท้าผู้เป็นพ่อ

โดยภายหลังจาก 6 เดือนที่ กำปั้นจอมเก๋าวัย 43 ปี ตัดสินใจยุติเส้นทางหมัดมวยหลังประกาศว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในบ้านเกิด ในการเลือกตั้งปี 2022 ภายใต้ พรรค PDP-Laban (กลุ่มลาบัน) ที่เจ้าตัวสังกัดในปัจจุบัน

ปาเกียว จูเนียร์ ก็ได้เริ่มต้นการเดินทางของตัวเองในฐานะนักกีฬา และมองหาการสานต่อมรดกของครอบครัว ด้วยการเดินทางไปเก็บตัวฝึกอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ก่อนที่ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กำปั้นวัย 21 ปี จะประเดิมการชกครั้งแรกในแบบมวยสากลสมัครเล่นในรุ่นจูเนียร์ เวลเตอร์เวต ที่ House of Boxing เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย

ซึ่งผลการแข่งขันปรากฎว่า เอ็มมานูเอล ปาเกียว จูเนียร์ เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน อันเดรส โรซาเลส ไปได้แบบเอกฉันท์ ท่ามกลางแฟนกำปั้นที่เดินทางเข้ามาชมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากชื่อเสียงของผู้เป็นพ่อที่สร้างเอาไว้บนแผ่นดินมะกัน

ปาเกียวพูดถึงไฟต์แรกของลูกชาย

งานนี้ อดีตแชมป์โลก 8 รุ่น คนแรกและคนเดียวของโลก ถึงกับโพสต์ภาพ และข้อความว่า “ยินดีด้วยกับลูกชายในการต่อสู้ และเป็นฝ่ายชนะในการแข่งขันระดับสมัครเล่นที่สหรัฐฯ ครั้งแรกของเขา ฉันภูมิใจในตัวเขามาก” #ทีมปาเกียว

สำหรับ เอ็มมานูเอล ปาเกียว จูเนียร์ ถือเป็นลูกชายคนเดียวจากบรรดาลูกๆ ทั้งหมด 5 คน ที่สนใจในกีฬากำปั้น ซึ่งแม้ในช่วงแรกตัวของ ปาเกียว จะไม่สนับสนุนให้ลูกชายเบนเข็มมาสู่วงการกำปั้นเนื่องจากรู้ดีว่าจะได้รับผลกระทบจากการบาดเจ็บมากมาย แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยอมให้ลูกได้ทำตามความฝัน

ขณะที่ แมนนี่ ปาเกียว ได้รับการยกย่องจากวงการกำปั้นโลก เป็นเจ้าของแชมป์โลก 8 รุ่น คนแรกและคนเดียวของโลกที่ทำได้ มีสถิติชนะ 62 แพ้ 8 เสมอ 2 ครั้ง และติดโผนักกีฬาที่ทำเงินได้มากที่สุดแห่งทศวรรษ 2010 (ในช่วงระหว่างปี 2010-2019) โกยไปได้มากถึง 435 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 13,106 ล้านบาท) ติดอันดับที่ 8 ในการจัดอันดับของ ฟอร์บส์ (Forbes) นิตยสารทางการเงินชื่อดังของสหรัฐอเมริกา

“อาเมียร์ ข่าน” โดนจับแพ้แบบทีเคโอ ให้กับ “เคลล์ บรู๊ก” ยกที่ 6 พร้อมส่อแววแขวนนวม

การแข่งขันชกมวย ระหว่าง อาเมียร์ ข่าน ยอดกำปั้นชาวอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน กับ เคลล์ บรู๊ก กำปั้นจอมเก๋าชาวอังกฤษวัย 35 ปี ที่สังเวียน เอโอ อารีน่า, เมืองแมนเชสเตอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา

เปิดเกมยกแรก อาเมียร์ ข่าน อาศัยความไวออกหมัดแย็บซ้ายเล่นงานแล้วตามด้วยหมัดชุดจากนั้นก็ฉากหนีวนออกข้าง ขณะที่ เคลล์ บรู๊ก ก็พยายามเดินติดเพื่อออกหมัดเล่นงานคืน โดยมีขวานำแล้วตามด้วยซ้ายยาวๆ โจมตี

เกมการชกในช่วงยกที่สอง – ยกที่สี่ ยังคงเหมือนเดิม กำปั้นเชื้อสายปากีสถาน ยังเดินออกหมัดแย็บแล้ววนหนี ขณะที่ เคลล์ บรู๊ก เริ่มเดินเร็วขึ้นออกหมัดหนักๆ ตัดลำตัวและใบหน้าซึ่งก็ทำเอา อาเมียร์ ข่าน ดูช้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด

เข้าสู่ยกที่ห้า สถานการณ์เริ่มชัดขึ้นเมื่อ เคลล์ บรู๊ก คุมเกมเอาไว้ได้หมดเดินออกหมัดหนักๆ เล่นงานต่อเนื่องทำเอา อาเมียร์ ข่าน เอนไปเอนมาเมื่อโดนหมัดเข้าหน้า แถมความเร็วดูลดลงไปอย่างชัดเจนไม่มีการฉากหลบเหมือนตอนต้นยก

ยกหก เคลล์ บรู๊ก ออกมาเดินเร่งเครื่องทันทีระดัมหมัดเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ทำเอา อาเมียร์ ข่าน ได้แต่ป้องกันตัวจนท้ายสุด กรรมการตัดสินใจเข้ามาขวางและยุติการชกไปในที่สุด เนื่องจากมองว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมสู้ต่อไป

ทำให้ เคลล์ บรู๊ก กำปั้นจอมเก๋าชาวอังกฤษเป็นฝ่ายเอาชนะทีเคโอ ไปได้ในยกที่ 6 ด้วยเวลา 51 วินาที เพิ่มสถิติเป็นชนะ 40 แพ้ 3 ครั้ง ขณะที่ อาเมียร์ ข่าน แพ้เป็นครั้งที่ 6 ในชีวิตการชก 40 ไฟต์ ซึ่งหลังจบไฟต์ กำปั้นชาวอังกฤษเชื้อสายปากีสถาน เปรยว่าอาจถึงเวลาต้องแขวนนวมหลังจากหมดไฟในการชกแล้ว

“โรดริเกซ” ชนะคะแนน “คูเอดราส” พร้อมคว้าแชมป์โลก WBC

“ไอ้หลังลาย” คาร์ลอส คูเอดราส สิ้นฤทธิ์ โดนทีเด็ดของนักชกรุ่นน้องอย่าง เจสซี โรดริเกซ เล่นงาน พลาดเข็มขัดแชมป์โลก WBC ในรุ่นซุปเปอร์ฟลายเวต ไปอย่างน่าเสียดาย

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 การแข่งขันมวยสากลชิงแชมป์โลก ที่สังเวียนฟุตปรินท์ เซ็นเตอร์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ซึ่งคู่เอกเป็นการชิงแชมป์โลกที่ว่าง รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ของสภามวยโลก (WBC)

ระหว่าง คาร์ลอส คูเอดราส รองอันดับ 3 ชาวเม็กซิโก พบกับ เจสซี โรดริเกซ กำปั้นอนาคตไกลวัย 22 ปี ชาวอเมริกัน ซึ่งขึ้นชกแทน “แหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น

ในไฟต์นี้ เจสซี โรดริเกซ ที่หนุ่มกว่า โชว์ความสดไล่ต่อย คูเอดราส ลงไปนับ 8 ในยกที่ 3 จากนั้นนักชกชาวอเมริกัน ก็ยังคงโชว์จังหวะชั้นเชิง และความเร็วที่เหนือกว่าจนครบ 12 ยก

ซึ่งหลังจากรวมคะแนน ปรากฏว่า เจสซี โรดริเกซ เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนน คาร์ลอส คูเอดราส ไปแบบเป็นเอกฉันท์ 117-110, 117-110 และ 115-112 คว้าแชมป์โลกไปครองในที่สุด

นอกจากนี้ เจสซี “แบม” โรดริเกซ ยังเพิ่มสถิติไร้พ่ายของตัวเอง เป็นชนะรวด 15 ไฟต์ และเป็นการชนะน็อกไปถึง 10 ครั้ง

เปิดค่าตัว “ศรีสะเกษ” หากได้ขึ้นชกกับ “คูเอดราส” ในไฟต์ชิงแชมป์โลก

ถือเป็นไฟต์ที่ทำให้แฟนชาวไทยผิดหวังมากทีเดียวกับการที่ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทยรองอันดับ 1 ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) พลาดโอกาสขึ้นชกชิงแชมป์โลกกับ คาร์ลอส คูเอดราส นักชกชาวเม็กซิกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

โดยไฟต์ดังกล่าว กำปั้นชาวไทยวัย 35 ปี เกิดมีปัญหาในเรื่องของสภาพร่างกายทำให้ต้องถอนตัวจากการชก ซึ่งแพทย์ที่เดินทางมาตรวจเผยว่าเป็นอาการของไตอักเสบ ที่เกิดจากภาวะขาดนํ้า ทำให้ไตต้องทำงานหนักจนเกิดการอักเสบ

ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นโต้เถียงกันในกลุ่มแฟนมวยบ้านเราว่าอาจมีการแกล้งป่วยเพื่อล้มมวยเกิดขึ้น โดยยอมไม่ขึ้นชกเพื่อแลกกับเงินก้อนโตจากฝ่ายจัดเพื่อเปิดทางให้กับ “แบม” เจสซี่ โรดริเกวซ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ ที่กลายเป็นแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต สภามวยโลก (WBC) คนใหม่ในที่สุด

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งนครหลวงโปรโมชั่น ออกมายืนยันว่าไม่มีการล้มมวยอย่างที่แฟนบางกลุ่มออกมาโจมตีอย่างแน่นอน “ไม่มีการล้มมวยแน่นอน รู้หรือไม่ ผมไปอเมริกาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ต้องเสียเงินไปเอง 1 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายครั้งนี้”

พร้อมกันนี้ “เสี่ยฮุย” ยังเปิดเผยอีกว่า ศรีสะเกษ ก็เสียใจไม่แพ้แฟนมวยที่อยากชม เพราะเจ้าตัวก็ต้องอดได้เงินค่าตัวถึง 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากทั้งที่ไม่ได้เป็นแชมป์โลก รวมทั้งยังอดได้เงินอัดฉีดจาก M-150 สปอนเซอร์อีก 1 ล้านบาท หากชนะกลับมา นั่นเท่ากับว่าเขาพลาดได้เงินไปถึง 3 ล้านบาทเลยทีเดียว

“เสี่ยฮุย” แจงชัดทุกเรื่อง ทำไม “ศรีสะเกษ” ต้องถอนตัวจากการชก

จากกรณีที่ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทยรองอันดับ 1 สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต จะไม่สามารถขึ้นชิงแชมป์โลกกับ คาร์ลอส คูเอดราส ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 นี้อย่างแน่นอนแล้ว

โดยสาเหตุเกิดจากการที่ กำปั้นชาวไทยวัย 35 ปี ที่เดินทางไปเก็บตัวที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมตัวสำหรับไฟต์สำคัญ เกิดมีอาการปวดท้องบริเวณข้างซ้ายอย่างหนัก ก่อนที่ทางทีมงานจะเรียกแพทย์ให้มาตรวจอย่างละเอียดที่โรงแรม

ซึ่ง สตีเว่น ริคกี้ แพทย์ที่เดินทางมาตรวจถึงห้องพักชี้้ว่าอาการไม่สู้ดีนักให้นำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียด ก่อนที่จะเผยผลตรวจว่ามีอาการของโรคไตอักเสบ และจำเป็นต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวอีกสักระยะ ทำให้ไม่สามารถที่จะฟื้นตัวเพื่อขึ้นชกในไฟต์สำคัญดังกล่าวได้

ล่าสุด “เสี่ยฮุย” สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของค่ายนครหลวงโปรโมชั่น ได้ออกมาเผยถึงเรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง “ในตอนแรกนั้นทาง Matchroom Boxing ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ขอเวลาตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรเนื่องจากถือเป็นคู่เอกของรายการ และขอให้อย่าเพิ่งให้ข่าวกับใคร”

“แต่พอผลตรวจอย่างละเอียดออกมาว่าเป็นอาการของไตอักเสบ ไม่ใช่ไส้ติ่งอักเสบ หรือ เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่อย่างใดตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ก็ทำให้เราต้องถอนตัวจากการชก ซึ่งพออาการดีขึ้นก็ออกจากโรงพยาบาลมาพักต่อที่โรงแรม แต่สภาพร่างกายก็ยังอ่อนเพลียอยู่”

พร้อมกันนี้ โปรโมเตอร์ใหญ่วัย 72 ปี ยืนยันว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการใช้ยาขับปัสสาวะในการลดน้ำหนักอย่างที่แฟนมวยหลายรายเข้าใจ เพราะทางค่ายไม่มีแนวทางลดน้ำหนักแบบนั้นเพราะมันเป็นเรื่องต้องห้ามในวงการกีฬา และที่ผ่านมาตัวของ ศรีสะเกษ ก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน

“ผมยอมรับว่าผิดหวัง และเสียดายมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนที่ ศรีสะเกษ เข้าโรงพยาบาล ตัวของเขายังคิดว่าถ้าออกจากโรงพยาบาลก็จะสามารถกลับขึ้นชิงแชมป์โลกได้ ซึ่งท้ายสุดเขาก็เสียใจ แต่ทำอย่างไรได้ความปลอดภัยต้องมาก่อน จากนี้ก็เตรียมกลับไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้” เสี่ยฮุย เปิดใจ

ทำให้ทาง Matchroom Boxing ฝ่ายจัดการแข่งขันได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวคู่ชกในคู่เอก ของการชิงแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ที่ว่าง ให้เป็น เจสเซ่ โรดริเกวซ นักชกชาวสหรัฐฯ วัย 22 ปี ขึ้นชกกับ คาร์ลอส คูเอดราส นักชกจังโก้แทนในเวลาต่อมา

รวบรวมข่าวสาร วงการมวยสากล จากทั่วทุกมุมโลก !!