“คัมโบซอส” แลกหมัด “โลเปซ” สุดเดือด ก่อนคว้าแชมป์โลกรุ่นไลต์เวต

การแข่งขันมวยสากล รายการ Matchroom Boxing เมื่อวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ที่ฮูลู เธียเตอร์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

คู่เอกของรายการ เป็นการชิงแชมป์โลกรุ่นไลต์เวต WBA (ซูเปอร์), WBC (แฟรนไชส์), IBF, WBO และ The Ring ระหว่างแชมป์ “เทโอฟิโม โลเปซ” ชาวอเมริกัน เจ้าของสถิติไร้พ่าย ชนะ 16 ไฟต์รวด โดยเป็นการชนะน็อก 12 ไฟต์ พบกับผู้ท้าชิง “จอร์จ คัมโบซอส จูเนียร์” จากออสเตรเลีย ที่ยังไม่เคยแพ้ใครเช่นกัน มาพร้อมสถิติชนะ 19 เป็นการชนะน็อก 10 ไฟต์

ไฮไลต์การชกเริ่มตั้งแต่ยกแรก เมื่อ โลเปซ ที่เดินหน้าเร่งเครื่องทันที แต่เจอ คัมโบซอส สวนหมัดใส่ไปเต็มแรงจนวูบลงไปให้กรรมการนับ แต่โชคดีที่หมดยกก่อน ทำให้แชมป์เอาตัวรอดไปได้

เกมการชกหลังจากนั้น โลเปซ เริ่มรัดกุมมากขึ้น ออกหมัดสลับใบหน้าและลำตัว ด้าน คัมโบซอส เองมาด้วยกลยุทธ์ดักต่อย ซึ่งก็เข้าเป้าหลายดอกเช่นกัน

การชกดำเนินมาถึงยกที่ 10 เป็น โลเปซ ที่สบจังหวะปล่อยหมัดขวาส่ง คัมโบซอส ร่วงลงไปให้กรรมการนับบ้าง แต่ผู้ท้าชิงจากแดนจิงโจ้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ก่อนลุกขึ้นมาลุยต่อจบครบ 12 ยกอย่างสุดมัน

สรุปผลการชก คัมโบซอส เป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างไม่เอกฉันท์ 115-111, 113-114 และ 115-112 กลายเป็นแชมป์โลกรุ่นไลต์เวตคนใหม่ของ WBA (ซูเปอร์), WBC (แฟรนไชส์), IBF, WBO และ The Ring พร้อมยัดเยียดความปราชัยไฟต์แรกในชีวิตให้ โลเปซ ได้สำเร็จ

“ครอว์ฟอร์ด” ปิดบัญชี “พอร์เตอร์” ยก 10 ป้องกันแชมป์ WBO พร้อมเพิ่มสถิติไร้พ่าย

การแข่งขันชกมวย ท็อป แรงก์ ชิงแชมป์โลก รุ่นเวลเตอร์เวต องค์กรมวยโลก (WBO) ที่สังเวียน มันดาเลย์ เบย์ รีสอร์ท แอนด์ คาซิโน, ลาส เวกัส, ประเทศสหรัฐฯ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา

เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด แชมป์โลกชาวอเมริกัน เจ้าของสถิติไร้พ่าย ชนะรวด 37 ไฟต์ ขึ้นป้องกันตำแหน่งแชมป์ครั้งที่ 5 กับ ชอว์น พอร์เตอร์ กำปั้นเพื่อนร่วมชาติ เจ้าของสถิติชนะ 31 แพ้ 3 เสมอ 1 ครั้ง

เปิดฉากมาในช่วงยกต้นๆ ชอว์น พอร์เตอร์ ผู้ท้าชิงออกมาชวนบู๊ทันทีเดินออกหมัดหนักๆ เล่นงานเข้าใส่ ทำเอา เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด ถึงกับต้องตั้งตัวไม่ทันต้องอาศัยการกอดเพื่อหยุดการโจมตีของคู่ชก

เข้าสู่ยก 6 แชมป์โลก เริ่มจับจังหวะการเดินลุยแบบบ้าเลือดของผู้ท้าชิงได้แล้ว อาศัยหมัดดักสวนจังๆ ได้หลายครั้ง แต่ พอร์เตอร์ ที่วางแผนมาเดินสู้ก็ยังคงเดินออกหมัดโจมตีแบบไม่มีเกรงกลัว

การชกเป็นไปอย่างดุเดือด นักชกทั้งคู่ออกอาวุธแลกหมัดกันชนิดใครดีใครอยู่ ก่อนที่เข้าสู่ยกที่ 10 พอร์เตอร์ ที่ยังคงบุ่มบ่ามเดินปล่อยหมัดเล่นงานมาโดนหมัดสวนซ้ายของ ครอว์ฟอร์ด เข้าปลายคาง หล่นลงไปให้กรมมการนับถึง 8 ก่อนลุกขึ้นมาสู้ต่อได้

อย่างไรก็ตาม แชมป์โลก ไม่ปล่อยโอกาสทองเดินรุกไล่ออกหมัดชุดเล่นงานส่งคู่ชกหล่นลงไปกองอีกครั้ง ซึ่งในจังหวะนี้เจ้าตัวถึงกับออกอาการหงุดหงิดเอากำปั้นทุบพื้น และพยายามจะฝืนลุกขึ้นมาสู้ต่อ แต่ เคนนี่ พอร์เตอร์ คุณพ่อ และเทรนเนอร์ของเจ้าตัวตัดสินใจโบกผ้าขอยอมแพ้ไปในที่สุด

ทำให้ เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด ป้องกันแชมป์โลก รุ่นเวลเตอร์เวต องค์กรมวยโลก (WBO) ไว้ได้เป็นสมัยที่ 5 พร้อมทั้งยังรักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป ด้วยการชนะรวด 38 ไฟต์ติดต่อกันเข้าไปแล้ว (ชนะน็อก 29 ครั้ง)

“ไมค์ ไทสัน” ฟิตซ้อมอย่างหนัก หลังถูก “โลแกน พอล” ท้าให้คืนสังเวียน

การต่อสู้ของ “มฤตยูดำ” ไมค์ ไทสัน อดีตกำปั้นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน กับ โลแกน พอล ยูทูบเบอร์จอมเกรียน กำลังได้รับการจับตามอง แม้จะยังไม่มีการประกาศกำหนดไฟต์การชกอย่างเป็นทางการ

แต่ล่าสุด อดีตราชากำปั้นโลกรุ่นยักษ์ ตัดสินใจกลับเข้าโรงยิมอีกครั้ง แถมมีการฝึกที่หนักหน่วงเสียด้วย งานนี้เห็นแล้วทำให้นึกถึงลีลาสมัยหนุ่มๆ ของเจ้าตัวที่จะทำการโยกตัวระดมหมัดหนักๆ เข้าใส่คู่ชกบนสังเวียน

แม้จนถึงตอนนี้ อดีตกำปั้นวัย 55 ปี จะไม่ได้ออกมายืนยันว่าสนรับคำท้าของ ยูทูบเบอร์จอมแสบวัย 26 ปี หรือไม่ แต่จากการที่เจ้าตัวออกมาลงนวมซ้อมมวยอีกครั้ง บอกได้เลยว่างานนี้มีแฟนๆ หลายรายอยากให้เจ้าตัวตอบรับคำท้า

นั่นก็เพราะอยากเห็น โลแกน พอล และ เจค พอล สองพี่น้องจอมเกรียนที่ชอบออกมาท้าทายบรรดานักสู้อาชีพขึ้นสังเวียนลงไปนอนกองกับพื้น หลังจากที่ผ่านมาป่วนวงการด้วยการออกมาท้าชกกับนักสู้หลายรายทั้งในวงการมวยอาชีพ และวงการมวย MMA

โดยไฟต์ก่อนหน้านี้ โลแกน พอล สามารถยืนครบ 8 ยก ในการชกกับ “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ อดีตกำปั้นไร้พ่ายชาวสหรัฐฯ ที่สังเวียน ฮาร์ดร็อค อารีน่า, ไมอามี่ เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนๆ หลังเกมการชกจืดชืด

สำหรับ  “มฤตยูดำ” ไมค์ ไทสัน อดีตกำปั้นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 3 สถาบัน (WBA, WBC และ IBF) มีสถิติการชก 58 ไฟต์ เป็นการชนะ 50 ครั้ง ชนะน็อก 44 ครั้ง แพ้ 6 และไม่มีการตัดสิน 2 ครั้ง ก่อนตัดสินใจอำลาสังเวียนเมื่อปี 2005 อย่างไรก็ตามเจ้าตัวหวนคืนสังเวียนพบกับ รอย โจนส์ จูเนียร์ อดีตโคตรมวยแชมป์โลก 4 รุ่น ในการชกพิเศษ 4 ยก เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน

“กาเนโล่” ปิดบัญชี “แพลนท์” ได้ในยกที่ 11 พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่

ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ กำปั้นชาวเม็กซิกัน ผงาดคว้าแชมป์โลกรุ่น ซูเปอร์ มิดเดิ้ลเวท 4 สถาบัน (WBC, WBA, WBO และ IBF) หลังคว่ำ คาเล็บ แพลนท์ นักชาวชาวสหรัฐฯ กระชากเข็มขัดแชมป์สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF) มาครองได้เพิ่มอีกเส้น

เกมการชกของทั้งคู่จัดขึ้นที่ เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เด้น อารีน่า, ลาสเวกัส เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผานมา โดยคู่นี้มีปัญหากันตั้งแต่ในงานแถลงข่าวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เนื่องจาก กำปั้นชาวสหรัฐฯ ไปด่าแม่ของกาเนโล่ ก่อนเกิดเรื่องชกต่อยกันจนทีมงานต้องเข้ามาแยก

เปิดฉากมาในช่วง 3 ยกแรก คาเล็บ แพลนท์ ที่ได้เปรียบในเรื่องของส่วนสูง และช่วงชกเป็นฝ่ายเดินออกหมัดแย็บเล่นงานได้อย่างจะแจ้ง รวมทั้งเลือกวนถอยอยู่วงนอกไม่เข้าปะทะ ขณะที่ กาเนโล่ พยายามเดินติดเพื่อที่จะออกหมัดตัดลำตัวไปเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตามยิ่งมากยกขึ้น กำปั้นชาวเม็กซิกัน เริ่มคุมเกมได้เหนือกว่าด้วยการเร่งเครื่องเดินหน้าบดออกหมัดหนักๆ เล่นงานทั้งใบหน้าสลับลำตัวทำเอา นักชกชาวสหรัฐฯ มีอาการให้เห็นเหมือนกัน แต่ก็ยังเอาตัวรอดไปได้ในทุกยก

จนเข้าสู่ยกที่ 11 “กาเนโล่” คุมเกมได้เหนือกว่าชัดเจน เดินปล่อยหมัดฮุกซ้ายเข้าหน้าก่อนตามด้วยอัปเปอร์คัตขวาส่ง แพลนท์ ทรุดลงไปกองให้กรรมการนับถึง 8 จากนั้นถือเป็นโอกาสทองของ “เจ้าหัวแดง” เมื่อเดินเร่งเครื่องไล่ถลุงก่อนออกหมัดย้ำๆ ส่งคู่ชกหงายท้องลงไปให้กรรมการยุติการชกในที่สุด

จากชัยชนะในไฟต์นี้ทำให้ ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ กำปั้นชาวเม็กซิกันวัย 31 ปี รวบแชมป์โลก 4 สถาบัน (WBC, WBA, WBO และ IBF) และ เข็มขัด The Ring มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นนักชกคนแรกของโลกที่สามารถทำได้สำเร็จในพิกัดนี้ นอกจากนี้ยังยัดเยียดความปราชัยไฟต์แรกในชีวิตให้กับ คาเล็บ แพลนท์ ได้รู้จักอีกด้วย

“แก่นนคร” เตรียมขึ้นชิงเข็มขัดกับ “อิโนะอุเอะ” ในวันที่ 14 ธ.ค. 64 นี้

ได้โอกาสลุ้นแชมป์โลกเป็นครั้งแรกสำหรับ แก่นนคร จีพีพีเรือใบไข่มุก นักชกชาวไทย โดยมีคู่ชกเป็น นาโอยะ อิโนะอุเอะ ยอดนักชกของญี่ปุ่น

แก่นนคร หรือ อรัญ ดีแป้น ถือเป็นหนึ่งในนักมวยสากลน่าจับตามองของไทย เขามีหมัดหนักเป็นอาวุธ ด้วยสถิติการชกชนะ 12 ครั้ง และเป็นชนะน็อกถึง 11 ครั้ง และแพ้ไปเพียง 2 ครั้ง

นักชกจากเมืองหมอแคน เพิ่งจะคว้าแชมป์ IBF แพนแปซิฟิก ในรุ่นจูเนียร์แบนตัมเวต ด้วยการชนะน็อก โจมาร์ ฟาจาร์โด นักชกจากฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา

ขณะที่นาโอยะ อิโนะอุเอะ ได้รับการขนานนามว่า “สัตว์ประหลาด” จากลีลาการชกที่ว่องไว ด้วยสถิติชนะรวด 21 ครั้ง (ชนะน็อก 18 ครั้ง) และเป็นเจ้าของเข็มขัดแชมป์ในรุ่นแบนตัมเวตทั้งสามสถาบันคือ สหพันธ์มวยนานาชาติ (IBF), สมาคมมวยโลก (WBA) และ The Ring

“นักชกไทยมีภาพลักษณ์ที่มานะอดทน ผมยังไม่ได้ดูวิดีโอการชกของคู่แข่ง แต่ผมจะไม่ประมาท และจัดการให้เรียบร้อยอย่างแน่นอน” อิโนะอุเอะ กล่าวในงานแถลงข่าว

ไฟต์ชิงแชมป์โลกครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม ที่เรียวโงคุ โคคุงิคัง กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสนามที่เคยเป็นสังเวียนหลักของการแข่งขันชกมวยในกีฬาโอลิมปิก 2020 มาแล้ว

“นิโก้ อาลี” หลาน “มูฮัมหมัด อาลี” เดินหน้าทำสถิติชนะน็อคได้ 2 นัดรวดแล้ว

ยังคงเป็นที่จับตามองในวงการกำปั้นสำหรับ นิโก้ อาลี วอลช์ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ หลายชายแท้ๆ ของ มูฮัมหมัด อาลี นักชกระดับตำนาน แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต ที่ขึ้นสังเวียนมวยอาชีพไฟต์ที่สอง

โดย กำปั้นวัย 21 ปี เดินตามรอยเท้าของคุณปู่ผู้ล่วงลับได้สวยหรู หลังเอาชนะ เจมส์ เวสต์ลี่ย์ กำปั้นจอมเก๋าวัย 36 ปี ที่สังเวียน สเตท ฟาร์ม อารีน่า, แอตาแลนต้า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา

รูปเกมเป็น นิโก้ อาลี วอลช์ ที่ทำได้เหนือกว่าชัดเจน แถมในช่วงปลายยกที่ 2 ยังปล่อยขวาตรงส่งคู่ชกลงไปกองให้กรรมการนับถึง 8 ซึ่งแม้ระฆังพักยกจะช่วยไว้ได้ทัน แต่พอเข้ายกที่ 3 กำปั้นฟอร์มสดก็เดินเข้าหา และปล่อยขวาตรงส่งคู่ชกลงไปกองอีกครั้ง

งานนี้ทำให้พี่เลี้ยงของ เจมส์ เวสต์ลี่ย์ ตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้ทันที ทำให้ นิโก้ อาลี วอลช์ เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 3 พร้อมเดินหน้าสร้างสถิติชนะรวด 2 ไฟต์ แถมเป็นการชนะแบบไม่ครบยกทั้งหมด

“ซุปเปอร์บอน” มุ่งหน้าสู่ USA หลังคว้าแชมป์โลก ONE สำเร็จ

อัปเดตความเคลื่อนไหว ซุปเปอร์บอน หลังจากโค่นตัวพ่ออย่าง “จอร์จิโจ เปโตรเซียน” ด้วยลูกเตะก้านคอบันลือโลก ผงาดคว้าแชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวตได้สำเร็จในศึก ONE: FIRST STRIKE เมื่อ 15 ต.ค.64

เจ้าตัวก็บินลัดฟ้าสู่มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อร่วมเป็นวิทยากรสัมนาการฝึกมวยไทยพร้อมกับท่องเที่ยวและพักผ่อนไปในตัว

นักชกชาวพัทลุง วัย 31 ปี ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านอินสตาแกรมเพื่อพบปะพูดคุยกับแฟนคลับหลังได้แชมป์พร้อมบอกข่าวการเดินทางครั้งนี้ โดยเผยว่าจะไปสมทบกับ “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” ที่เดินทางไปแล้วล่วงหน้าหลังจากคว้าชัยในศึก ONE: REVOLUTION เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

ซุปเปอร์บอน และ เพชรทนง รุ่นพี่รุ่นน้องคู่ซี้ มีกำหนดเดินสายเป็นวิทยากรในการสัมนาการฝึกมวยไทยในหลายเมืองในอเมริกาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน

โดยมีแฟนกีฬาที่ชื่นชอบกีฬามวยไทยให้ความสนใจลงสมัครฝึกวิชาจากยอดฝีมือชาวไทยทั้งสองจำนวนมาก พร้อมกันนั้นทั้งคู่ก็จะถือโอกาสพักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากการฝึกซ้อมอย่างหนักมาเป็นปี

“ฟิวรี่” ย้ำแค้นถล่มใส่ “ไวลเดอร์” หลับในยก 11 ป้องแชมป์ WBC ไว้ได้

การแข่งขันชกมวยโลก เดิมพันเข็มขัดแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นเฮฟวี่เวต ระหว่าง “ยิปซีคิง” ไทสัน ฟิวรี่ แชมป์ชาวอังกฤษ พบกับ ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ ผู้ท้าชิงชาวสหรัฐฯ ที่สังเวียน ที-โมบาย อารน่า, ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2564

โดยคู่นี้เจอกันมาแล้ว 2 ครั้ง ปรากฎว่าในไฟต์แรกเมื่อปี 2018 นั้นจบลงด้วยการเสมอกันไป ขณะที่ไฟต์สองเมื่อต้นปี 2020 เป็น ไทสัน ฟิวรี่ ที่เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 7 หลังพี่เลี้ยงของ ไวลเดอร์ ตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้

เปิดฉากยกแรก ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ ผู้ท้าชิงออกมาเดินออกหมัดหนักๆ เล่นงานทันที มีหมัดซ้ายตัดลำตัวต่อเนื่อง ขณะที่ ไทสัน ฟิวรี่ ยังเน้นรัดกุมเดินออกหมัดแย็บซ้าย และมีขวาตรงเล่นงานแต่ก็ยังทำได้ไม่จะแจ้ง

ยกสอง แชมป์โลก เปลี่ยนแผนออกมาเดินลุยทันทีปล่อยหมัดหนึ่งสองเล่นงานทันที ด้าน ไวลเดอร์ ก็ยังคงเน้นออกหมัดตัดลำตัวเป็นพิเศษ ในช่วงท้ายยกทั้งคู่ยืนติดคลุกวงในแลกหมัดกันในระยะประชิด

ยกสาม กำปั้นทั้งคู่ออกมาสาดอาวุธใส่กันมากขึ้น ไวลเดอร์ ออกมาทิ้งขวาเข้าเต็มคางทำเอา ฟิวรี่ ต้องโผเข้ากอด แต่ในช่วงท้ายยก แชมป์โลก พลิกสถานการณ์ด้วยหมัดขวา ก่อนตามอัปเปอร์คัตขวาส่งผู้ท้าชิงหล่นลงไปให้กรรมการนับ 8

ยกสี่ ฟิวรี่ ออกมาลุยทันทีปล่อยหมัดแย็บซ้าย และตามด้วยขวาเล่นงานต่อเนื่องแต่ ไวลเดอร์ ก็ป้องกันตัวไว้ได้ แถมในช่วงปลายยกมาต่อยขวาเข้าหัวทำเอา ฟิวรี่ หล่นลงไปให้กรรมการนับ 8 ก่อนลุกขึ้นมาสู้ต่อ แต่ก็โดนซ้ำจนโดนนับอีกครั้ง

ยกห้า ไวลเดอร์ ออกมาเดินใส่โชว์ออกหมัดหนึ่งสองเล่นงานต่อเนื่อง แถมมีการทิ้งหมัดขวาหนักๆ เล่นงานทำเอาคู่ชกเอนติดเชือก ขณะที่ ฟิวรี่ ดูเหมือนว่าจะยังไม่ฟื้นทำได้แค่เน้นป้องกันตัวเป็นส่วนใหญ่

ยกหก นักชกทั้งคู่ออกมาแลกหมัดกันสนุกโดยฝั่ง ไวลเดอร์ เน้นออกหมัดแย็บซ้ายเล่นงาน แล้วมีหมัดขวาหนักๆ เป็นทีเด็ด ขณะที่ ฟิวรี่ พยายามเดินติดเล่นงานด้วยหมัดอัปเปอร์คัตสั้นๆ และหมัดตัดลำตัว

ยกเจ็ด เกมยังดำเนินไปอย่างสนุก กำปั้นทั้งคู่ออกมาแลกหมัดกันชนิดไม่มีใครยอมใคร แต่ในช่วงท้ายเป็น ไทสัน ฟิวรี่ ที่เหนือกว่าชัดเจนเมื่อปล่อยหมัดซ้ายขวาเข้าหน้าของคู่ชกทำเอาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

ยกแปด แชมป์โลก เริ่มคุมสถานการณ์ไว้ได้ออกมาเดินเข้าหาทันที มีหมัดแย็บซ้ายเล่นงานแล้วทิ่้มด้วยขวาตรงทำเอา ไวลเดอร์ ออกอาการเซอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังกัดฟันปล่อยหมัดสวนเป็นระยะ

ยกเก้า ฟิวรี่ พยายามเดินติดออกหมัดแย็บซ้ายเล่นงานต่อเนื่อง แล้วตามด้วยหมัดชุดหนักๆ ทำเอา ไวลเดอร์ ต้องปรี่เข้ากอด แต่ก็มีหมัดสวนออกมาเป็นระยะเหมือนกันแต่ยังไม่เข้าเป้า

ยกสิบ รูปเกมยังเหมือนเดิม กำปั้นชาวอังกฤษ ออกมาเดินแย็บซ้ายนำแล้วตามด้วยขวาเข้าปลายคางส่ง นักชาวสหรัฐฯ หล่นลงไปให้กรรมการนับถึง 8 อีกครั้ง ก่อนที่ปลายยก ไวลเดอร์ จะมาเร่งเครื่องออกหมัดคืนบ้าง

ยกสิบเอ็ด ไทสัน ฟิวรี่ ออกมาเดินเร่งเครื่องตั้งแต่ต้นยกปล่อยซ้ายแล้วตามด้วยขวาตรงทำเอาคู่ชกถอยไปติดเชือกก่อนตามไปทิ้งขวาเข้าปลายคางส่ง ไวลเดอร์ หล่นลงไปกองให้กรรมการยุติการชกในที่สุด

ทำให้ “ยิปซีคิง” ไทสัน ฟิวรี่ กำปั้นชาวอังกฤษ เป็นฝ่ายเอาชนะน็อก ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ ไปได้ในยกที่ 11 ด้วยเวลา 1 นาที 10 วินาที ป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นรุ่นเฮฟวี่เวต ของสภามวยโลก (WBC) พร้อมเข็มขัดเดอะริงก์ ได้สำเร็จ พร้อมรักษาสถิติชนะ 31 (ชนะน็อก 22 ครั้ง) เสมอ 1 ครั้ง และไม่เคยแพ้ใคร

ฝ่ายสืบสวนเผย AIBA มีการโกงผลตัดสินมวยโอลิมปิก 2016 ด้วยการยัดเงินล็อคผล

จากกรณีที่สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ หรือ AIBA เปิดการสืบสวนความโปร่งใสการตัดสินมวยสากลในโอลิมปิก 2016 ที่กลายเป็นปมปัญหาที่ทำให้ AIBA ถูกถอดสิทธิ์การเป็นผู้จัดมวยสากลในโอลิมปิก 2020

ส่งผลให้ AIBA ที่ปัจจุบันมี อูมาร์ เครมเลฟ ชาวรัสเซียเป็นประธาน ตัดสินใจว่าจ้าง ริชาร์ด แม็คลาเรน ทนายชื่อดังชาวแคนาดาพร้อมทีมงานเข้ามารับหน้าที่ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตดังกล่าว

ประเด็นที่น่าสนใจอีกหนึ่งประเด็น ก็คือ ในรายงานฉบับนี้ ศาสตราจารย์แม็คลาเรน ได้มีการเปิดเผยว่า เขาได้พบหลักฐานว่า มีการติดสินบนผู้ตัดสินด้วยวิธีการสุดประหลาด นั่นก็คือ การยัดเงินราว 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (3.3 ล้านบาท) ซ่อนอยู่ในหลอดยาสีฟัน และส่งไปให้กรรมการผู้ตัดสินที่พักอยู่ในโรงแรม ในคืนก่อนวันแข่งขันของนักมวยคู่นั้นๆ ขณะเดียวกัน ยังพบว่า มีการข่มขู่กรรมการที่ปฏิเสธที่จะร่วมการทุจริตในครั้งนี้

ไม่เพียงเท่านั้น การสืบสวนยังได้มีการจ้างนักสืบผู้มีประสบการณ์และพยานสำคัญกว่า 40 คน เพื่อวิเคราะห์เอกสาร, อีเมล และวิดีโอ เกือบสองล้านรายการ เพื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบว่า มีการดำเนินการทุจริตในลักษณะเช่นนี้อยู่จริง

การสืบสวน ไม่เพียงแค่สืบจากการแข่งขันโอลิมปิก 2016 เท่านั้น แต่ยังลงลึกไปถึงรายละเอียดในการแข่งขันรายการคัดเลือกระดับทวีป และรายการชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นก่อนการแข่งขันโอลิมปิก อีกด้วย ซึ่งก็ได้พบความผิดปกติในการแข่งขัน 11 แมตช์ แต่สำหรับไฟต์ที่ทีมสืบสวนลงลึกในรายละเอียดมีทั้งสิ้น 4 ไฟต์

โดยการแข่งขัน 11 แมตช์นั้น เกิดขึ้นจากข้อสงสัยที่ว่า กรรมการ 3 คน ให้คะแนนนักกีฬาฝ่ายหนึ่งชนะ แต่หากมีการเพิ่มกรรมการสังเกตการณ์อีก 2 คนเข้าไป จะพบว่านักกีฬาอีกฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้ชนะแทน อย่างเช่น ในไฟต์ที่ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี พ่ายต่อ วลาดิเมียร์ นิกิติน 1-2 เสียง หากนับคะแนนจากกรรมการ 3 คน จะพบว่านักชกไทยแพ้ 1-2 เสียง แต่หากนับรวมถึงกรรมการสังเกตการณ์อีก 2 คน ที่ไม่ถูกนับรวมกับการตัดสินอย่างเป็นทางการ จะพบว่า ฉัตร์ชัยเดชา จะชนะ 3-2 เสียง

ขณะที่ในรายงานมีการระบุเพิ่มเติมในไฟต์ของฉัตร์ชัยเดชาว่า ผู้ตัดสินในไฟต์นี้ ถูกตั้งข้อสงสัยอยู่หลายคน อย่างเช่น เจอร์แมง โทนี่ ผู้ตัดสินชาวแคนาดา ที่มีการให้คะแนนต่อ นิกิติน ในไฟต์นี้ ที่แปลกกว่าปกติ เพราะในไฟต์นี้ นักวิจารณ์มวยเชื่อว่า ฉัตร์ชัยเดชา น่าจะเอาชนะได้ไม่ยาก แต่คะแนนของกรรมการชาวแคนาดา กลับมาส่วนที่ทำให้ผลการแข่งขันเปลี่ยนไป

กระบวนการจากนี้ การสืบสวนของเเม็คลาเรน ยังคงดำเนินต่อไป เพราะนี่ถือเป็นเพียงขั้นตอนแรก สำหรับการเปิดโปงกระบวนการทุจริตครั้งนี้เท่านั้น

“อูซิก” เอาชนะคะแนน “โจชัว” คว้าเข็มขัดแชมป์โลก 4 สถาบันแล้ว

การแข่งขันมวยสากล Matchroom Boxing เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 ที่ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ท่ามกลางผู้ชม 65,000 คนในสนาม

คู่เอกของรายการ แอนโธนี โจชัว กำปั้นเจ้าถิ่น เจ้าของแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ), สหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ), องค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) และ องค์กรมวยนานาชาติ (ไอบีโอ) พบผู้ท้าชิงชาวยูเครน โอเล็กซานเดอร์ อูซิก วัย 34 ปี

รูปเกมการชกในไฟต์นี้ เป็น อูซิก ที่เดินหน้าคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด โดยอาศัยจุดเด่นความเร็วในการออกหมัดและโยกหลบหมัดชุดของแชมป์โลกได้อย่างคล่องแคล่ว ครบ 12 ยก อูซิก จึงชนะคะแนนไปเอกฉันท์ 117-112, 116-112, 115-113 คะแนน รักษาสถิติชนะรวดทั้ง 19 ไฟต์ในการชกมวยอาชีพ (ชนะน็อก 13 ครั้ง) ส่วน โจชัว ต้องพ่ายเป็นครั้งที่ 2 ในการชกอาชีพ 26 ไฟต์

สำหรับไฟต์นี้ถือเป็นผลการชกที่พลิกความคาดหมาย โดยเดิมที โจชัว มีคิวขึ้นดวลกับ ไทสัน ฟิวรี อดีตแชมป์โลกเพื่อนร่วมชาติ แต่ไฟต์ล่มไปเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว

ทำให้ โจชัว เลือกชกกับ อูซิก ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลกรุ่นครุยเซอร์เวตที่อยู่ในคิวท้าชิงของดับเบิลยูบีโอ ท่ามกลางการคาดหมายของสื่อว่าเป็นการชกคั่นเวลารอไฟต์ใหญ่ และ โจชัว ก็ได้เปรียบเรื่องน้ำหนักตัว เพราะ อูซิก ต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาชกในไฟต์นี้ด้วย

รวบรวมข่าวสาร วงการมวยสากล จากทั่วทุกมุมโลก !!