“ซุปเปอร์บอน” มุ่งหน้าสู่ USA หลังคว้าแชมป์โลก ONE สำเร็จ

อัปเดตความเคลื่อนไหว ซุปเปอร์บอน หลังจากโค่นตัวพ่ออย่าง “จอร์จิโจ เปโตรเซียน” ด้วยลูกเตะก้านคอบันลือโลก ผงาดคว้าแชมป์ ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวตได้สำเร็จในศึก ONE: FIRST STRIKE เมื่อ 15 ต.ค.64

เจ้าตัวก็บินลัดฟ้าสู่มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อร่วมเป็นวิทยากรสัมนาการฝึกมวยไทยพร้อมกับท่องเที่ยวและพักผ่อนไปในตัว

นักชกชาวพัทลุง วัย 31 ปี ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านอินสตาแกรมเพื่อพบปะพูดคุยกับแฟนคลับหลังได้แชมป์พร้อมบอกข่าวการเดินทางครั้งนี้ โดยเผยว่าจะไปสมทบกับ “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” ที่เดินทางไปแล้วล่วงหน้าหลังจากคว้าชัยในศึก ONE: REVOLUTION เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา

ซุปเปอร์บอน และ เพชรทนง รุ่นพี่รุ่นน้องคู่ซี้ มีกำหนดเดินสายเป็นวิทยากรในการสัมนาการฝึกมวยไทยในหลายเมืองในอเมริกาเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน

โดยมีแฟนกีฬาที่ชื่นชอบกีฬามวยไทยให้ความสนใจลงสมัครฝึกวิชาจากยอดฝีมือชาวไทยทั้งสองจำนวนมาก พร้อมกันนั้นทั้งคู่ก็จะถือโอกาสพักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากการฝึกซ้อมอย่างหนักมาเป็นปี

“ฟิวรี่” ย้ำแค้นถล่มใส่ “ไวลเดอร์” หลับในยก 11 ป้องแชมป์ WBC ไว้ได้

การแข่งขันชกมวยโลก เดิมพันเข็มขัดแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นเฮฟวี่เวต ระหว่าง “ยิปซีคิง” ไทสัน ฟิวรี่ แชมป์ชาวอังกฤษ พบกับ ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ ผู้ท้าชิงชาวสหรัฐฯ ที่สังเวียน ที-โมบาย อารน่า, ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม 2564

โดยคู่นี้เจอกันมาแล้ว 2 ครั้ง ปรากฎว่าในไฟต์แรกเมื่อปี 2018 นั้นจบลงด้วยการเสมอกันไป ขณะที่ไฟต์สองเมื่อต้นปี 2020 เป็น ไทสัน ฟิวรี่ ที่เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 7 หลังพี่เลี้ยงของ ไวลเดอร์ ตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้

เปิดฉากยกแรก ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ ผู้ท้าชิงออกมาเดินออกหมัดหนักๆ เล่นงานทันที มีหมัดซ้ายตัดลำตัวต่อเนื่อง ขณะที่ ไทสัน ฟิวรี่ ยังเน้นรัดกุมเดินออกหมัดแย็บซ้าย และมีขวาตรงเล่นงานแต่ก็ยังทำได้ไม่จะแจ้ง

ยกสอง แชมป์โลก เปลี่ยนแผนออกมาเดินลุยทันทีปล่อยหมัดหนึ่งสองเล่นงานทันที ด้าน ไวลเดอร์ ก็ยังคงเน้นออกหมัดตัดลำตัวเป็นพิเศษ ในช่วงท้ายยกทั้งคู่ยืนติดคลุกวงในแลกหมัดกันในระยะประชิด

ยกสาม กำปั้นทั้งคู่ออกมาสาดอาวุธใส่กันมากขึ้น ไวลเดอร์ ออกมาทิ้งขวาเข้าเต็มคางทำเอา ฟิวรี่ ต้องโผเข้ากอด แต่ในช่วงท้ายยก แชมป์โลก พลิกสถานการณ์ด้วยหมัดขวา ก่อนตามอัปเปอร์คัตขวาส่งผู้ท้าชิงหล่นลงไปให้กรรมการนับ 8

ยกสี่ ฟิวรี่ ออกมาลุยทันทีปล่อยหมัดแย็บซ้าย และตามด้วยขวาเล่นงานต่อเนื่องแต่ ไวลเดอร์ ก็ป้องกันตัวไว้ได้ แถมในช่วงปลายยกมาต่อยขวาเข้าหัวทำเอา ฟิวรี่ หล่นลงไปให้กรรมการนับ 8 ก่อนลุกขึ้นมาสู้ต่อ แต่ก็โดนซ้ำจนโดนนับอีกครั้ง

ยกห้า ไวลเดอร์ ออกมาเดินใส่โชว์ออกหมัดหนึ่งสองเล่นงานต่อเนื่อง แถมมีการทิ้งหมัดขวาหนักๆ เล่นงานทำเอาคู่ชกเอนติดเชือก ขณะที่ ฟิวรี่ ดูเหมือนว่าจะยังไม่ฟื้นทำได้แค่เน้นป้องกันตัวเป็นส่วนใหญ่

ยกหก นักชกทั้งคู่ออกมาแลกหมัดกันสนุกโดยฝั่ง ไวลเดอร์ เน้นออกหมัดแย็บซ้ายเล่นงาน แล้วมีหมัดขวาหนักๆ เป็นทีเด็ด ขณะที่ ฟิวรี่ พยายามเดินติดเล่นงานด้วยหมัดอัปเปอร์คัตสั้นๆ และหมัดตัดลำตัว

ยกเจ็ด เกมยังดำเนินไปอย่างสนุก กำปั้นทั้งคู่ออกมาแลกหมัดกันชนิดไม่มีใครยอมใคร แต่ในช่วงท้ายเป็น ไทสัน ฟิวรี่ ที่เหนือกว่าชัดเจนเมื่อปล่อยหมัดซ้ายขวาเข้าหน้าของคู่ชกทำเอาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

ยกแปด แชมป์โลก เริ่มคุมสถานการณ์ไว้ได้ออกมาเดินเข้าหาทันที มีหมัดแย็บซ้ายเล่นงานแล้วทิ่้มด้วยขวาตรงทำเอา ไวลเดอร์ ออกอาการเซอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังกัดฟันปล่อยหมัดสวนเป็นระยะ

ยกเก้า ฟิวรี่ พยายามเดินติดออกหมัดแย็บซ้ายเล่นงานต่อเนื่อง แล้วตามด้วยหมัดชุดหนักๆ ทำเอา ไวลเดอร์ ต้องปรี่เข้ากอด แต่ก็มีหมัดสวนออกมาเป็นระยะเหมือนกันแต่ยังไม่เข้าเป้า

ยกสิบ รูปเกมยังเหมือนเดิม กำปั้นชาวอังกฤษ ออกมาเดินแย็บซ้ายนำแล้วตามด้วยขวาเข้าปลายคางส่ง นักชาวสหรัฐฯ หล่นลงไปให้กรรมการนับถึง 8 อีกครั้ง ก่อนที่ปลายยก ไวลเดอร์ จะมาเร่งเครื่องออกหมัดคืนบ้าง

ยกสิบเอ็ด ไทสัน ฟิวรี่ ออกมาเดินเร่งเครื่องตั้งแต่ต้นยกปล่อยซ้ายแล้วตามด้วยขวาตรงทำเอาคู่ชกถอยไปติดเชือกก่อนตามไปทิ้งขวาเข้าปลายคางส่ง ไวลเดอร์ หล่นลงไปกองให้กรรมการยุติการชกในที่สุด

ทำให้ “ยิปซีคิง” ไทสัน ฟิวรี่ กำปั้นชาวอังกฤษ เป็นฝ่ายเอาชนะน็อก ดีออนเตย์ ไวลเดอร์ ไปได้ในยกที่ 11 ด้วยเวลา 1 นาที 10 วินาที ป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นรุ่นเฮฟวี่เวต ของสภามวยโลก (WBC) พร้อมเข็มขัดเดอะริงก์ ได้สำเร็จ พร้อมรักษาสถิติชนะ 31 (ชนะน็อก 22 ครั้ง) เสมอ 1 ครั้ง และไม่เคยแพ้ใคร

ฝ่ายสืบสวนเผย AIBA มีการโกงผลตัดสินมวยโอลิมปิก 2016 ด้วยการยัดเงินล็อคผล

จากกรณีที่สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ หรือ AIBA เปิดการสืบสวนความโปร่งใสการตัดสินมวยสากลในโอลิมปิก 2016 ที่กลายเป็นปมปัญหาที่ทำให้ AIBA ถูกถอดสิทธิ์การเป็นผู้จัดมวยสากลในโอลิมปิก 2020

ส่งผลให้ AIBA ที่ปัจจุบันมี อูมาร์ เครมเลฟ ชาวรัสเซียเป็นประธาน ตัดสินใจว่าจ้าง ริชาร์ด แม็คลาเรน ทนายชื่อดังชาวแคนาดาพร้อมทีมงานเข้ามารับหน้าที่ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตดังกล่าว

ประเด็นที่น่าสนใจอีกหนึ่งประเด็น ก็คือ ในรายงานฉบับนี้ ศาสตราจารย์แม็คลาเรน ได้มีการเปิดเผยว่า เขาได้พบหลักฐานว่า มีการติดสินบนผู้ตัดสินด้วยวิธีการสุดประหลาด นั่นก็คือ การยัดเงินราว 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (3.3 ล้านบาท) ซ่อนอยู่ในหลอดยาสีฟัน และส่งไปให้กรรมการผู้ตัดสินที่พักอยู่ในโรงแรม ในคืนก่อนวันแข่งขันของนักมวยคู่นั้นๆ ขณะเดียวกัน ยังพบว่า มีการข่มขู่กรรมการที่ปฏิเสธที่จะร่วมการทุจริตในครั้งนี้

ไม่เพียงเท่านั้น การสืบสวนยังได้มีการจ้างนักสืบผู้มีประสบการณ์และพยานสำคัญกว่า 40 คน เพื่อวิเคราะห์เอกสาร, อีเมล และวิดีโอ เกือบสองล้านรายการ เพื่อพิจารณาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะพบว่า มีการดำเนินการทุจริตในลักษณะเช่นนี้อยู่จริง

การสืบสวน ไม่เพียงแค่สืบจากการแข่งขันโอลิมปิก 2016 เท่านั้น แต่ยังลงลึกไปถึงรายละเอียดในการแข่งขันรายการคัดเลือกระดับทวีป และรายการชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นก่อนการแข่งขันโอลิมปิก อีกด้วย ซึ่งก็ได้พบความผิดปกติในการแข่งขัน 11 แมตช์ แต่สำหรับไฟต์ที่ทีมสืบสวนลงลึกในรายละเอียดมีทั้งสิ้น 4 ไฟต์

โดยการแข่งขัน 11 แมตช์นั้น เกิดขึ้นจากข้อสงสัยที่ว่า กรรมการ 3 คน ให้คะแนนนักกีฬาฝ่ายหนึ่งชนะ แต่หากมีการเพิ่มกรรมการสังเกตการณ์อีก 2 คนเข้าไป จะพบว่านักกีฬาอีกฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้ชนะแทน อย่างเช่น ในไฟต์ที่ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี พ่ายต่อ วลาดิเมียร์ นิกิติน 1-2 เสียง หากนับคะแนนจากกรรมการ 3 คน จะพบว่านักชกไทยแพ้ 1-2 เสียง แต่หากนับรวมถึงกรรมการสังเกตการณ์อีก 2 คน ที่ไม่ถูกนับรวมกับการตัดสินอย่างเป็นทางการ จะพบว่า ฉัตร์ชัยเดชา จะชนะ 3-2 เสียง

ขณะที่ในรายงานมีการระบุเพิ่มเติมในไฟต์ของฉัตร์ชัยเดชาว่า ผู้ตัดสินในไฟต์นี้ ถูกตั้งข้อสงสัยอยู่หลายคน อย่างเช่น เจอร์แมง โทนี่ ผู้ตัดสินชาวแคนาดา ที่มีการให้คะแนนต่อ นิกิติน ในไฟต์นี้ ที่แปลกกว่าปกติ เพราะในไฟต์นี้ นักวิจารณ์มวยเชื่อว่า ฉัตร์ชัยเดชา น่าจะเอาชนะได้ไม่ยาก แต่คะแนนของกรรมการชาวแคนาดา กลับมาส่วนที่ทำให้ผลการแข่งขันเปลี่ยนไป

กระบวนการจากนี้ การสืบสวนของเเม็คลาเรน ยังคงดำเนินต่อไป เพราะนี่ถือเป็นเพียงขั้นตอนแรก สำหรับการเปิดโปงกระบวนการทุจริตครั้งนี้เท่านั้น

“อูซิก” เอาชนะคะแนน “โจชัว” คว้าเข็มขัดแชมป์โลก 4 สถาบันแล้ว

การแข่งขันมวยสากล Matchroom Boxing เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 ที่ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ท่ามกลางผู้ชม 65,000 คนในสนาม

คู่เอกของรายการ แอนโธนี โจชัว กำปั้นเจ้าถิ่น เจ้าของแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวตของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ), สหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ), องค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) และ องค์กรมวยนานาชาติ (ไอบีโอ) พบผู้ท้าชิงชาวยูเครน โอเล็กซานเดอร์ อูซิก วัย 34 ปี

รูปเกมการชกในไฟต์นี้ เป็น อูซิก ที่เดินหน้าคุมเกมไว้ได้ทั้งหมด โดยอาศัยจุดเด่นความเร็วในการออกหมัดและโยกหลบหมัดชุดของแชมป์โลกได้อย่างคล่องแคล่ว ครบ 12 ยก อูซิก จึงชนะคะแนนไปเอกฉันท์ 117-112, 116-112, 115-113 คะแนน รักษาสถิติชนะรวดทั้ง 19 ไฟต์ในการชกมวยอาชีพ (ชนะน็อก 13 ครั้ง) ส่วน โจชัว ต้องพ่ายเป็นครั้งที่ 2 ในการชกอาชีพ 26 ไฟต์

สำหรับไฟต์นี้ถือเป็นผลการชกที่พลิกความคาดหมาย โดยเดิมที โจชัว มีคิวขึ้นดวลกับ ไทสัน ฟิวรี อดีตแชมป์โลกเพื่อนร่วมชาติ แต่ไฟต์ล่มไปเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว

ทำให้ โจชัว เลือกชกกับ อูซิก ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลกรุ่นครุยเซอร์เวตที่อยู่ในคิวท้าชิงของดับเบิลยูบีโอ ท่ามกลางการคาดหมายของสื่อว่าเป็นการชกคั่นเวลารอไฟต์ใหญ่ และ โจชัว ก็ได้เปรียบเรื่องน้ำหนักตัว เพราะ อูซิก ต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาชกในไฟต์นี้ด้วย

“ศรีสะเกษ” คืนสังเวียนดวล “คูเอดราส” เดิมพันด้วยแชมป์โลก WBC

ยังคงต้องรอการหวนคืนสังเวียนออกไปอีกสำหรับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย ที่มีคิวพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท สภามวยโลก (WBC)

โดยกำหนดการเดิมจะต้องขึ้นสังเวียนเป็นคู่รองในรายการที่ “เอล กัลโล่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 2 สถาบัน (WBC และ WBA ซูเปอร์) จะรีแมตช์ภาค 3 กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว อีกครั้งในวันที่ 16 ตุลาคม ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว ดันถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในบ้านเกิด และทำให้กำหนดการเดิมที่จะขึ้นสังเวียนในช่วงเดือนตุลาคมนี้ มีความจำเป็นต้องเลื่อนออกไป

ล่าสุด แมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้ประกาศคู่มวยทั้งหมดที่จะขึ้นชกในวันที่ 16 ตุลาคม นี้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยคู่เอกจะเปลี่ยนมาเป็น ไมค์กี้ การ์เซีย กำปั้นชาวสหรัฐฯ พบกับ ซานดอร์ มาร์ติน นักชกชาวสเปน และไร้ชื่อคู่ของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น นั่นทำให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่ากำหนดการเดิมของยอดมวยชาวไทยจะต้องเลื่อนออกไปด้วยเช่นกัน

โดย เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า “ภาค 3 ของ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า กับ โรมัน กอนซาเลซ อาจจะจัดขึ้นเร็วสุดคือในเดือนพฤศจิกายนนี้ เนื่องจากตัวของ นักชกชาวนิการากัว แจ้งเขามาว่าติดโควิด-19”

“กำหนดการเดิมของเราคือวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ซึ่ง เอสตราด้า ได้เซ็นสัญญาเรียบร้อย ขณะที่ โรมัน ก็ตอบตกลงที่จะเข้าร่วม แต่น่าเสียดายที่เขาดันมาล้มป่วย ซึ่งแฟนๆ คงต้องรอชมการต่อสู้ออกไปอีกสักหน่อย”

งานนี้แฟนมวยชาวไทยอดใจรอกันอีกนิด และต้องตามข่าวกันต่อว่าสุดท้ายแล้ว “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย จะได้ขึ้นชกในรายการเดียวกันกับ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า และ โรมัน กอนซาเลซ ภายในปีนี้หรือไม่

“โฮลีฟิลด์” อดีตแชมป์โลกแพ้น็อก “เบลฟอร์ต” นักสู้ MMA ตั้งแต่ยกแรก

แม้จะเป็นเพียงแค่การชกโชว์พิเศษ 8 ยก (ยกละ 2 นาที) แต่ก็ถือว่าได้รับความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับการหวนคืนสังเวียนอีกครั้งของ อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ อดีตแชมป์โลกรุ่นยักษ์ในวัย 58 ปี ในรายการ Triller Fight Club Legend II เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา

โดยเดิมทีในรายการนี้ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า จะต้องขึ้นสังเวียนพบกับ วิเตอร์ เบลฟอร์ต อดีตนักสู้ MMA วัย 44 ปี แต่แล้ว เดอ ลา โฮย่า กลับติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องถอนตัวไป และเป็น อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ที่เสียบเข้ามาเป็นมวยแทน

อย่างไรก็ตามเกมการชกจบเร็วเกินคาดเมื่อเปิดยกมา อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ เป็นฝ่ายเดินเข้าหาออกหมัดแย็บเล่นงานอย่างต่อเนื่องทันที แต่แล้วในช่วงท้ายยกกลับมาพลาดถูกหมัดของ วิเตอร์ เบลฟอร์ต หงายท้องลงไปให้กรรมการนับถึง 8 แต่ก็กัดฟันลุกขึ้นมาได้

ซึ่งหลังจากนั้นเป็น อดีตแชมป์ UFC ที่ไม่ปล่อยโอกาสทองไล่ถลุงปล่อยหมัดชุดใหญ่เล่นงาน โฮลีฟิลด์ เป็นการใหญ่ชนิดได้แต่ป้องกันตัว ทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชกไปในที่สุด และชูมือให้ วิเตอร์ เบลฟอร์ต เป็นฝ่ายเอาชนะทีเคโอ ไปเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น (เวลารวม 110 วินาที)

กำหนดวันชกแล้ว “ศรีสะเกษ” คืนสังเวียนดวลกับ “คูเอดราส” เดิมพันด้วยแชมป์โลก WBC

ถือเป็นไฟต์ที่แฟนมวยชาวไทยเฝ้ารอสำหรับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย ที่จะได้ขึ้นสังเวียนพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท

โดยภายหลังจากที่ สภามวยโลก (WBC) ได้ออกมาประกาศแต่งตั้ง “เอล กัลโล่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า แชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท 2 สถาบัน (WBC และ WBA ซูเปอร์) ให้ขึ้นเป็นแชมป์โลกแฟรนไชส์ของ WBC

เพื่อให้สิทธิ์ในการรีแมตช์กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว อีกครั้ง

ทำให้เข็มขัดแชม์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) ได้ว่างลง และถือเป็นโอกาสอันดีที่ นักชกชาวไทยวัย 34 ปี จะได้โอกาสทวงแชมป์โลกกลับคืนอีกครั้ง

ล่าสุด เอ็ดดี้ เฮิร์น โปรโมเตอร์ใหญ่แห่งแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้เปิดเผยถึงไฟต์ดังกล่าวผ่าน อีเอสพีเอ็น สื่อดังเมืองมะกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า “เราได้ข้อสรุปเกี่ยวกับไฟต์ยิ่งใหญ่ที่สุดในรุ่นพิกัด 115 ปอนด์ ในเบื้องต้นแล้ว โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม นี้”

“ส่วนในเรื่องของสถานที่จัดการชกแน่นอนจะต้องเป็นที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเรากำลังมองไปที่สองเมืองอย่าง ลอสแองเจลิส และ ฟีนิกซ์ ที่เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับศึกซูเปอร์ฟลายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และทุกอย่างน่าจะชัดเจนขึ้นภายในสัปดาห์นี้” เฮิร์น กล่าว

สำหรับศึก ซูเปอร์ฟลาย ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดภายใต้การจัดของ แมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น นั้น คู่เอกจะเป็นการรีแมตช์ของ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า กับ โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว โดยมี แชมป์โลก 2 สถาบัน (WBC แฟรนไชส์ และ WBA ซูเปอร์) เป็นเดิมพัน

ขณะที่คู่รอง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น จะพบกับ คาร์ลอส คูเอดราส กำปั้นชาวเม็กซิกัน ในการชกชิงแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ซึ่งหากใครชนะจะได้สิทธิ์ล้มแชมป์กับผู้ชนะในคู่เอกของรายการ กำหนดการชกคือวันที่ 16 ตุลาคม 2564

“อำนาจ” ปราบ นักชกเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัย จาก คิวบา ป้องกันแชมป์ WBO ไปได้

แชมป์ WBO จากฟิลิปปินส์ เอาชนะ เหรียญทองโอลิมปิก2 สมัย จากคิวบา แบบไม่เอกฉันท์ 2-1 เสียง ป้องกันแชมป์ WBO รุ่นแบนตัมเวตได้สำเร็จ

วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 ผลการแข่งขันมวยสากลรุ่นแบนตัมเวต (น้ำหนักไม่เกิน 118 ปอนด์) ชิงแชมป์โลก WBO

เป็นการพบกันของ จอห์น รีล คาซิเมโร แชมป์จากประเทศฟิลิปปินส์ พบกับ กิลเลอร์โม ริกองเดอซ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัยในปี 2000 และ 2004

โดยที่แข่งขันกันที่ เมือง แคลิฟอร์เนีย รัฐ ลอสแองเจลิส ประเทศ สหรัฐอเมริกา

ผลปรากฏว่า ทั้ง 12 ยก ทั้ง 2 คน ผลัดกันต่อยเข้าเป้าทั้งคู่ แต่เป็นทางฝั่ง จอห์น รีล คาซิเมโร เอาชนะคะแนน กิลเลอร์โม ริกองเดอซ ไปได้แบบไม่เอกฉันท์ 2-1 เสียง (113-115, 116-112, 117-111) ป้องกันแชมป์โลก WBO เอาไว้ได้สำเร็จ

ครั้งหนึ่ง จอห์น รีล คาซิเมโร เคยเอาชนะน็อก อำนาจ รื่นเริง ในการชกชิงแชมป์ IBF รุ่น 112 ปอนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2559

เปิดบรรยากาศในฟิลิปปินส์ หลัง “ปาเกียว” แพ้คะแนน “อูกัส” แบบเป็นเอกฉันท์

บรรยากาศที่ประเทศฟิลิปปินส์ บ้านเกิดของ “เดอะแพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยเบอร์ 1 ของประเทศ ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยความผิดหวังหลังจากที่ยอดกำปั้นของพวกเขาต้องพบกับความปราชัยไฟต์ที่ 8 ในชีวิตกำปั้น

โดยผลการแข่งขันอย่างทีแฟนๆ ทราบกันดีว่า ยอดกำปั้นแดนปินส์ เป็นฝ่ายแพ้คะแนน ยอร์เดนิส อูกัส กำปั้นชาวคิวบา ไปแบบเอกฉันท์ (115-113, 116-112 และ 116-112) ที่สังเวียน ที-โมบาย อารีน่า, ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2564

โดยที่โบสถ์ของ แมนนี่ ปาเกียว ในเมือง เจเนรัล ซานโตส ทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนา ได้มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันไฟต์นี้ให้ชมกันแบบสดๆ แต่หลังการชกจบลงทุกคนต่างก็ต้องผิดหวังไปตามๆ กัน หลังกำปั้นขวัญใจพลาดโอกาสทวงเข็มขัดแชมป์โลก ซูเปอร์ของ สมาคมมวยโลก (WBA) รุ่นเวลเตอร์เวต กลับมาคาดที่เอวอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามรูปเกมในไฟต์นี้ต้องยอมรับว่า ตัวของแชมป์โลก 8 รุ่น ที่อายุปาเข้าไป 43 ปีนั้น แม้จะมีใจสู้เกิน 100 เหมือนเดิม แต่กับสภาพร่างกายของเจ้าตัวถือว่าไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นพลังกำปั้น และ ความเร็ว ยิ่งมาเจอกับ ยอร์เดนิส อูกัส ที่ตัวใหญ่กว่า และมีช่วงชกที่ยาวกว่าทำให้ยากที่จะต่อกรด้วย ถึงตอนนี้ก็ต้องรอการประกาศจากเจ้าตัวว่าจะเอาอย่างไรกับเส้นทางการค้ากำปั้นต่อจากนี้

หมัดหนักไม่แพ้กัน “นิโก้ อาลี” หลานชาย “มูฮัมหมัด อาลี” เปิดตัวชกอาชีพไฟต์แรก

กลายเป็นที่จับตามองในวงการกำปั้นทันทีสำหรับ นิโก้ อาลี วอลช์ กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ หลายชายแท้ๆ ของ มูฮัมหมัด อาลี นักชกระดับตำนาน แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต ที่ขึ้นสังเวียนมวยอาชีพเป็นครั้งแรก

โดย กำปั้นวัย 21 ปี เดินตามรอยเท้าของคุณปู่ผู้ล่วงลับได้อย่างน่าประทับใจ หลังขึ้นสังเวียน ฮาร์ด ร็อก โฮเทล, ทัลซ่า พบกับ จอร์แดน วีคส์ นักชกวัย 29 ปี ที่ประสบการณ์เหนือกว่า (ชนะ 4 แพ้ 1) ในพิกัดรุ่นมิดเดิ้ลเวต

อย่างไรก็ตาม เกมการชกจบลงเพียงแค่ยกแรกเท่านั้น เมื่อ นิโก้ อาลี ออกสเต็ปฟุตเวิร์ค ดักปล่อยหมัดฮุกขวาเข้าเต็มคางส่ง จอร์แดน วีคส์ หล่นลงไปให้กรรมการนับ 8 ก่อนคู่ชกจะกัดฟันลุกขึ้นมาสู้ต่อ

จากนั้น นิโก้ อาลี ไม่ปล่อยโอกาสทองเดินติดปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานเป็นชุด ทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชกหลังมองว่าคู่ชกไม่สามารถสู้ต่อได้ คว้าชัยไฟต์เปิดตัวโดยใช้เวลาเพียงแค่ 70 วินาทีเท่านั้น

หลังการชก กำปั้นดาวรุ่งชาวสหรัฐฯ เปิดใจว่า “มันเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ทั้งหมดนี้เป็นไปตามความคาดหวังของผม และแน่นอน คุณปู่ของผม ผมคิดถึงท่านมาก”

รวบรวมข่าวสาร วงการมวยสากล จากทั่วทุกมุมโลก !!