“เจค พอล” ยูทูบเบอร์สร้างสถิติ PPV มากสุดแห่งปี พร้อมโกยเงิน 2,345 ล้านบาท เข้ากระเป๋า

ต้องบอกว่าพลิกฐานะได้สบายๆ เลยสำหรับ เจค พอล ยูทูบเบอร์คนดังชาวสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจขึ้นสังเวียนกำปั้นพบกับ เบน แอสเครน อดีตนักสู้ดีกรีแชมป์โลก MMA ในการชกมวยสากล

กำหนด 8 ยก รายการ Triller Fight Club ที่สังเวียน เมอร์เซเดส-เบนซ์, แอตแลนต้า, สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 17 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา

ซึ่งผลการแข่งขันก็อย่างที่แฟนๆ รับทราบกันไปแล้วคือ ยูทูบเบอร์วัย 24 ปี ใช้เวลาเพียง 1 นาที 59 วินาที ของยกแรก เป็นฝ่ายปล่อยขวาเข้าหน้าเต็มๆ ส่ง เบน แอสเครน หล่นลงไปกองให้กรรมการนับถึง 8

ก่อนที่กรรมการตัดสินใจยุติการชกไปในที่สุดเนื่องจาก อดีตนักสู้ MMA ไม่อยู่ในสภาพพร้อมชก

โดยล่าสุด เจค พอล ผู้กำชัยบนสังเวียน ที่ได้ค่าตัว 690,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 21.5 ล้านบาท) ในการขึ้นชกไฟต์ดังกล่าว ได้โพสต์ภาพกับกองเงินจำนวนมหาศาลลงในอินสตาแกรม

พร้อมข้อความ “1.5 ล้าน PPV (จำนวนยอดซื้อเพื่อเข้าชมของแฟนๆ) คิดเป็นรายได้สูงถึง 75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,345 ล้านบาท)”

งานนี้เรียกว่าเจ้าตัวเป็นเศรษฐีในช่วงข้ามคืนทันที เพราะเงินค่า Pay-Per-View ดังกล่าวจะถูกแบ่งเปอร์เซ็นต์มาให้กับเจ้าตัวเป็นโบนัสสำหรับการขึ้นชก แถมตัวเลขดังกล่าวยังขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในไฟต์ที่มีผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดของปี 2021 ไปเรียบร้อย

นอกจากนี้ เจค พอล ยูทูบเบอร์คนดังยังเพิ่มสถิติการชกมวยสากลเป็นชนะน็อกรวด 3 ครั้งติด และแน่นอนเจ้าตัวเตรียมที่จะท้านักมวยอาชีพ หรือนักสู้ MMA รายต่อไปชกในอนาคต โดยมีเป้าหมายคือการทำสถิติ PPV ให้มากถึง 3-4 ล้านเลยทีเดียว

โปรโมเตอร์เผย เตรียมคอนเฟิร์มสังเวียนบู๊ “โจชัว-ฟิวรี” สัปดาห์หน้า

สำหรับศึกชิงความเป็นหนึ่งในรุ่นเฮฟวีเวต กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ หลังจากตัวแทนของทั้ง ไทสัน ฟิวรี และ แอนโธนี โอชัว ใกล้บรรลุข้อตกลงในขั้นตอนสุดท้าย โดยคาดว่าการชกครั้งนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านปอนด์ จากการขึ้นชก 2 ไฟต์

และถึงแม้จะมีการแย้มออกมาแล้วว่า ไฟต์แรกน่าจะชกกันได้ไม่เกินเดือนกรกฎาคมปีนี้ แต่ยังไม่มีการยืนยันถึงเรื่องสถานที่ เนื่องจากมีข้อเสนอจากต่างแดน ยื่นเข้ามาให้พิจารณาจากหลายชาติทั่วโลก

ซึ่งล่าสุด เอ็ดดี เฮิร์น โปรโมเตอร์หนุ่มจากแมตช์รูม บ็อกซิ่ง โปรโมชั่น ได้ออกมาแย้มว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการยืนยันว่า ไฟต์แรกของทั้ง ไทสัน ฟิวรี และ แอนโธนี โจชัว จะไปจัดการแข่งขันที่ไหนกันแน่

“ผมคิดว่าในช่วงปลายสัปดาห์หน้า ทุกอย่างจะเสร็จสิ้น การเจรจาเป็นไปได้ด้วยดี แต่ผมยังไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เรากำลังปิดการเจรจาเกี่ยวกับเรื่องสถานที่ และจะมีประกาศอย่างแน่นอน ซึ่งผมไม่สามารถพูดได้มากไปกว่านี้” เอ็ดดี เฮิร์น กล่าวกับสื่อเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เดลี เมล์ สื่อดังของอังกฤษยังเผยอีกว่า มีข้อเสนอจากทั้ง ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จีน, สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ที่พร้อมเสนอตัว ในการเป็นสังเวียนไฟต์หยุดโลกของรุ่นเฮฟวีเวตในครั้งนี้

ล้างแค้นสำเร็จ “ไวท์” คุมเกมปิดบัญชี “โปเวตกิ้น” ได้ในยก 4 พร้อมกระชากแชมป์มาครอง

ศึกกำปั้นโลกรุ่นเฮฟวี่เวต ชิงเข็มขัดแชมป์เฉพาะกาลสภามวยโลก(WBC Interim) เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง “อเล็กซานเดอร์ โปเวตกิ้น” กำปั้นชาวรัสเซียเจ้าของเข็มขัดกับ “ดิลเลี่ยน ไวท์” ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษที่ ยูโรปา พอยท์ สปอร์ต คอมเพล็กซ์, ยิบรอลตาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา

โดยคู่นี้เคยเจอกันมาเมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมา อเล็กซานเดอร์ โปเวตกิ้น นักชกจอมเก๋าวัย 41 ปี เป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 5 หลังพลิกสถานการณ์จากเป็นรองแบบสุดกู่ ปล่อยอัปเปอร์คัตซ้ายสั้นๆ เข้าปลายคางส่ง ดิลเลี่ยน ไวท์ หลับกลางอากาศทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชกทันที

อย่างไรก็ตามเกมการชกในครั้งนี้ ดิลเลี่ยน ไวท์ เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าเหมือนเดิม โดยปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานลำตัวตั้งแต่ยกแรก และเกือบปิดบัญชีได้ทันทีหลังรัวหมัดชุดเล่นงานต่อเนื่อง แต่ท้ายสุด โปเวตกิ้น ก็เอาตัวรอดมาได้

ยก 2-3 ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษ ก็ยังเป็นฝ่ายคุมเกมทำได้เหนือกว่าปล่อยหมัดแย็บเล่นงานใม่ให้ โปเวตกิ้น เดินเข้าติด แถมมีหมัดหนักๆ ทิ้งเล่นงานเข้าเป้าเป็นระยะทำเอา กำปั้นชาวรัสเซีย ออกอาการอย่างเห็นได้ชัด

“เบเตอร์บิเยฟ” ยังมาดุเหมือนเดิม ไล่ถลุงคู่ชกกองยก 10 จนพี่เลี้ยงขอยอมแพ้

อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ กำปั้นชาวรัสเซีย ยังเดินหน้าสร้างสถิติเก็บชัยชนะไฟต์ที่ 16 ในการชกอาชีพ หลังเป็นฝ่ายเอาชนะ TKO อาร์เต็ม ดีนส์ ผู้ท้าชิงชาวเยอรมนี เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา

โดย นักชกจอมเก๋าวัย 36 ปี ขึ้นสังเวียนในบ้านเกิด โกดินก้า ไอซ์ พาเลซ, มอสโก เพื่อป้องกันตำแหน่งแชมป์โลก รุ่นไลต์เฮฟวี่เวต 2 สถาบัน (สภามวยโลก WBC และ สหพันธ์มวยนานาชาติ IBF)

ซึ่งตลอดเกมการชก แชมป์โลก เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดโดยในยกแรกก็สามารถทิ้งหมัดขวาใส่ผู้ท้าชิงทรุดลงไปนั่งให้กรรมการนับถึง 8 แต่โชคดีที่ระฆังหมดยกช่วยเอาไว้ได้

จากนั้น อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ ก็เป็นฝ่ายคุมเกมไว้ได้หมด ก่อนที่ในยก 10 จะมาปล่อยซ้ายเข้าเต็มกรามส่ง อาร์เต็ม ดีนส์ ทิ้งตัวลงไปกองให้กรรมการนับอีกครั้ง แต่หนนี้พี่เลี้ยงทนดูไม่ไหวตัดสินใจโยนผ้าขอยอมแพ้

ทำให้ อาตูร์ เบเตอร์บิเยฟ ป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกไว้ได้อีกครั้ง พร้อมทั้งสร้างสถิติชนะรวด 16 ไฟต์ ไม่เคยแพ้ใคร แถมยังเป็นการปิดบัญชีคู่ชกด้วยการชนะน็อกรวดทั้ง 16 ครั้ง

“ซูเคร” โดนแบนหลังถูกจับได้ว่า เทคะแนนให้ “เอสตราด้า” แบบน่าเกลียด

ควันหลงหลังศึกล้มแชมป์ระหว่าง “เอล กัลโล่” ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า กำปั้นชาวเม็กซิโก กับ “ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ กำปั้นชาวนิการากัว ที่สังเวียน อเมริกัน แอร์ไลน์ เซนเตอร์, เทกซัส, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุด สมาคมมวยโลก (WBA) มีคำสั่งด่วนให้ คาร์ลอส ซูเคร กรรมการจากรัฐฟลอริดา ยุติบทบาทการทำหน้าที่ให้คะแนนตัดสินมวยเป็นการชั่วคราว หลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดาสื่อมวลชน และแฟนมวยอย่างหนัก

กิลเบอร์โต้ เฆซุส เมนโดซ่า ประธานใหญ่สมาคมมวยโลก เผยถึงเรื่องนี้ว่า “ผมได้ตัดสินใจให้คณะกรรมการประเมินการทำหน้าที่ของเขาในไฟต์นี้ แม้โดยรวมมันจะเป็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม และสูสีกันอย่างมาก เราต้องเคารพ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า ที่พยายามอย่างเต็มที่จนชนะใจกรรมการ”

“อย่างไรก็ตามผมได้สั่งระงับการทำหน้าที่ของ คาร์ลอส ซูเคร เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากมันเป็นการชกมวยรายการใหญ่ และการต่อสู้ที่สูสีแบบนี้ ไม่สมควรที่เขาจะเทคะแนนให้ในการตัดสินแบบนี้จนนำไปสู่การเข้าใจผิด”

ทั้งนี้ คาร์ลอส ซูเคร เป็นกรรมการเพียงรายเดียวที่ให้ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า เป็นฝ่ายเอาชนะถึง 117-111 (ให้ชนะถึง 9 ยก) ถือว่าผิดปกติเป็นอย่างมาก

และทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในครั้งนี้ ขณะที่ เดวิด ซูเธอร์แลนด์ จากรัฐโอกลาโฮม่า ให้กำปั้นจังโก้เป็นฝ่ายเอาชนะ 115-113 และ เจสเซ่ เรเยส กรรมการจากรัฐเทกซัส ให้ โรมัน กอนซาเลซ เป็นฝ่ายชนะ 115-113

สำหรับการชกไฟต์ดังกล่าว ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้แบบไม่เอกฉันท์ 2-1 เสียง (113-115, 117-111 และ 115-113) คว้าเข็มขัดแชมป์ 2 สถาบัน รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท มาครองได้สำเร็จ

โดยไฟต์ต่อไปตามกำหนดเดิมจะต้องพบกับ “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น กำปั้นชาวไทย

“บ๊อบ อารัม” ยันปิดดีล “โจชัว-ฟิวรี” ได้แล้ว แต่ยังไม่มีกำหนดการในการชกออกมา

โปรโมเตอร์มือทองชาวมะกันเผย ดีลไฟต์หยุดโลกในคู่ระหว่าง “ไทสัน ฟิวรี” กับ “แอนโธนี โจชัว” บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกันได้แล้ว แต่ยังไร้กำหนดที่ชัดเจน เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19

วันที่ 4 มี.ค.64 ความเคลื่อนไหวของศึกมวยสากลชิงแชมป์โลก ของสองแชมป์โลกชาวอังกฤษระหว่าง ไทสัน ฟิวรี พบกับ แอนโธนี โจชัว ซึ่งคาดว่าจะขึ้นเดิมพันแชมป์โลกรุ่นเฮฟวีเวต 4 สถาบันในเร็วๆ นี้

ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฟิวรี เผยว่า ดรีมไฟต์ในครั้งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แอนโธนี โจชัว กลับมั่นใจว่า การดวลเดือดรวบตึงแชมป์โลกครั้งนี้ อาจเกิดขึ้นได้ภายในเดือนมิถุนายน

กระทั่งล่าสุด บ๊อบ อารัม โปรโมเตอร์จอมเก๋าชาวอเมริกัน ออกมายืนยันด้วยตัวเองผ่าน iFL TV ว่า ไฟต์หยุดโลกในครั้งนี้ใกล้ความจริงเข้าไปทุกที หลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือเพียงแค่การเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่สิ่งที่น่ากังวลในตอนนี้คือ สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ยังไม่สามารถลงลึกในรายละเอียดได้ในตอนนี้

“กาเนโล่” ไล่ถลุง “ยิลดิริม” เพียงแค่ 3 ยก ก็ถึงกับไม่ยอมออกจากมุมแล้ว

ไปชม ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ กำปั้นชาวเม็กซิกัน เจ้าของแชมป์ 2 สถาบัน รุ่นซูเปอร์มิดเดิ้ลเวท (WBA และ WBC) ขึ้นป้องกันตำแหน่งแชมป์กับ อัฟนิ ยิลดิริม ผู้ท้าชิงชาวตุรกี ที่ ฮาร์ดร็อค สเตเดี้ยม, ไมอามี่, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 ก.. 2564 ที่ผ่านมา

เปิดฉากมายกแรก “เจ้าหัวแดง” นักชกชาวเม็กซิกันเดินลุยตามสไตล์ออกหมัดหนึ่งสองเล่นงานใบหน้าสลับลำตัว ขณะที่ผู้ท้าชิงชาวตุรกี ก็ไม่มีกลัวเดินประชิดปล่อยหมัดแย็บซ้ายเล่นงานทำลายจังหวะอย่างต่อเนื่อง

ยกสอง “กาเนโล่” เร่งเครื่องทันทีหลังระฆังดัง เดินปล่อยหมัดหนักๆ เล่นงานต่อเนื่องแบบไม่ให้หายใจหายคอ ด้าน ยิลดิริม พยายามใช้แย็บซ้ายก่อกวนแต่ก็ยังไม่เป็นผล ท้ายยก แชมป์โลก ทิ้งหมัดตัดลำตัวทำเอาผู้ท้าชิงหยุดไปเหมือนกัน

ยกสาม ซาอูล อัลวาเรซ ออกมาเปิดฉากบู๊เหมือนเดิม กลางยกได้จังหวะปล่อยขวาตรงเข้าปลายคางส่ง ยิลดิริม หงายท้องลงไปให้กรรมการนับ 8 จากนั้นไม่ปล่อยโอกาสรัวหมัดใส่แบบไม่ยั้ง แต่กำปั้นตุรกี ก็ยังเอาตัวรอดมาได้แบบสะบักสะบอม

เปิดฉากยกสี่ อัฟนิ ยิลดิริม ไม่ยอมลุกออกมาสู้ต่อ หลังพี่เลี้ยงมีความเห็นว่าขืนปล่อยให้ออกมาชกต่อน่าจะทำให้สภาพร่างกายบอบช้ำกว่าเดิม เพราะรูปเกมต้องบอกว่าตกเป็นฝ่ายรับอยู่ข้างเดียว ทำให้ เทลิส อัสซิเมนิออส กรรมการตัดสินใจโบกมือยุติการชกไปในที่สุด

ทำให้ ซาอูล “กาเนโล่” อัลวาเรซ ป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกครั้ง เพิ่มสถิติเป็นชนะ 55 (ชนะน็อก 37 ครั้ง) แพ้ 1 เสมอ 2

ครองเข็มขัด 3 เส้นต่อไปทั้ง เข็มขัดซูเปอร์แชมป์โลก สมาคมมวยโลก (WBA), เข็มขัดสภามวยโลก (WBC) ที่ว่างอยู่ และ เข็มขัด The Ring

“วัลเดซ” น็อก “เบอร์เชลท์” ยก 10 หยุดสถิตินาน 4 ปี กระชากแชมป์ WBC มาครองสำเร็จ

มิเกล เบอร์เชลท์ กำปั้นชาวเม็กซิกัน เจ้าของแชมป์ สภามวยโลก (WBC) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต ขึ้นสังเวียนพบกับ ออสการ์ วัลเดซ ยอดกำปั้นไร้พ่ายเพื่อนร่วมชาติ ที่สังเวียน เดอะ บับเบิ้ล, เอ็มจีเอ็ม แกรนด์, สหรัฐฯ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เปิดฉากยกแรก ออสการ์ วัลเดซ ผู้ท้าชิงใช้หมัดแย็บก่อกวนเล่นงานอย่างต่อเนื่องทำเอา แชมป์โลก เดินเข้าหาไม่ติดออกหมัดไม่ได้ถนัดอย่างที่ต้องการ จนเข้าสู่ยกสอง รูปเกมยังเป็นเหมือนเดิม แถมสถานการณ์ของ มิเกล เบอร์เชลท์ ดูไม่ค่อยดีเมื่อมีเลือดไหลออกจากจมูก

ยกสาม มิเกล เบอร์เชลท์ พยายามเดินบุกเร็วขึ้นแต่ก็ยังเข้าไม่ติดถูกแย็บซ้ายเล่นงานก่อกวนอยู่ตลอด ผ่านเข้าสู่ยกที่ 4 ออสการ์ วัลเดซ มาได้นับจากจังหวะที่ปล่อยฮุกซ้ายเข้าหน้าทำเอา เบอร์เชลท์ มีอาการก่อนตามซ้ำจนเซถลาไปติดเชือกทำให้กรรมการเข้าขวางพร้อมนับถึง 8 ก่อนโดนหมัดชุดเล่นงานแต่ก็เอาตัวรอดมาได้

ช่วงยก 7 – ยก 8 รูปเกมต้องบอกว่าเปิดศึกแลกหมัดกันแบบสุดสะใจ ทั้งคู่ไม่มีใครยอมใครจริงๆ เข้าสู่ปลายยก 9 วัลเดซ มาได้จังหวะอัปเปอร์คัทขวาเข้าปลายคาง ก่อนตามด้วยฮุกซ้ายส่ง เบอร์เชลท์ หล่นลงไปให้กรรมการนับอีกครั้ง แต่ก็ยังเอาตัวรอดจนหมดยก

เข้าสู่ยก 10 สภาพของ มิเกล เบอร์เชลท์ แชมป์โลกต้องบอกว่าบอบช้ำเกินทน ก่อนที่จะมาโดน ออสการ์ วัลเดซ ดึงจังหวะหลบก่อนปล่อยฮุกซ้ายเข้าหน้าจังๆ หลับกลางอากาศให้กรรมการยุติการชกไปในที่สุด

ทำให้ ออสการ์ วัลเดซ กลายเป็นแชมป์โลกคนใหม่หลังเป็นฝ่ายเอาชนะน็อกไปได้ในยกที่ 10 พร้อมทำสถิติชนะรวด 29 ไฟต์ (ชนะน็อก 23 ครั้ง)

ขณะที่ มิเกล เบอร์เชลท์ เสียเข็มขัดแชมป์หลังป้องกันมาได้อย่างยาวนานกว่า 4 ปี และไม่เคยแพ้ใครมานานกว่า 7 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่แพ้คือการแพ้น็อกให้กับ หลุยส์ เอดูอาร์โด้ ฟลอเรซ กำปั้นร่วมชาติ เมื่อปี 2014 เลยทีเดียว

“เจริญทอง” อดีตนักมวยเงินแสน เตรียมเปิดร้านขนมจีน เลี้ยงลูกน้องในค่าย ช่วงวิกฤตโควิด-19

Boxing-292

อดีตนักมวยเงินแสน เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง ผันตัวเองหารายได้เสริม เปิดร้านขนมจีนคลองจิก เลี้ยงลูกน้องในค่าย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโรคโควิด 19

วันที่ 3 ก.พ. 64 จากปัญหาการแพร่ระบาดของ covid-19 ส่งผลให้ เศรษฐกิจ ภายในประเทศพังเสียหาย มาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหลายประเภทต้องหาลู่ทาง และปรับเปลี่ยนการทำธุรกิจ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอ และอยู่รอดต่อไปได้

เจริญทอง ขุนมณี หรือ เจริญทอง เกียรติบ้านช่อง หรือครูเป็ด อดีตแชมป์มวยลุมพินี 4 รุ่น เจ้าของ ค่ายมวย เจริญทองเกียรติบ้านช่อง ย่านเหม่งจ๋าย แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เป็นอีก 1 คนที่ตัดสินใจ เปิดร้านขนมจีนคลองจิก โดยใช้พื้นที่หน้าค่ายมวยที่ยังว่างอยู่มาทำเป็นร้านอาหาร 

โดยเปิดร้านวันแรก เพื่อนๆ นักกีฬาต่างมาให้กำลังใจอุดหนุนกันคับคั่ง ไม้ว่าจะเป็น สมจิตร จงจอหอ นักมวยสากลสมัครเล่น เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก/สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อ ทีมชาติไทย ขวัญใจสาวๆ

เจริญทอง กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ covid-19 ที่ระบาด ในประเทศไทยรอบ 2

ส่งผลให้ รายได้จาก การเปิดยิม สอนมวยไทย รายได้สูญหาย ไปถึง 80% เดิมที เดือนนึงจะมีกำไร มากกว่า 2 แสนบาท แต่ตอนนี้ ตลอดทั้งเดือน มีรายได้ เหลือ ไม่ถึง 50,000 บาท

จึงไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ทั้งค่า เช่า สถานที่ ค่าน้ำค่าไฟ และค่าจ้างลูกน้อง อีก 4-5 ชีวิต ต้นจึงต้องปรับเปลี่ยน รวมถึงหาลู่ทางทำมาหากิน เพิ่มเติม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น จึงตัดสินใจเปิดร้านขายขนมจีนคลองจิก

ครูเป็ด ยังกล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่โควิด 19 ระบาด สถานการณ์ ของค่ายมวย ค่อนข้างแย่ ไม่ใช้เฉพาะค่ายมวยของตนเป็นทุกค่าย จากเมื่อก่อนมีเด็กมาเรียนในค่าย 20-30 คน ตอนนี้เหลือแค่เพียง 5-6 คน การหาอาชีพเสริมจึงจำเป็นสำหรับตนหากการขายขนมจีนไปได้ดี ก็ทำต่อ แต่ถ้าไม่เปลี่ยน โดยในอนาคตอันใกล้นี้ตนจะเปิดสอนมวยไทยออนไลน์ด้วย

สำหรับ ร้านขนมจีนคลองจิก เปิดเวลา 09.00-16.00 น. มีน้ำยาหลากหลาย ตั้งอยู่ที่หน้าค่ายมวยเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง ตรง 4 แยก เหม่งจ๋าย รามคำแหง 39 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ

“วันเฮง” กำปั้นไทยอดีตแชมป์โลก เตรียมเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง

Boxing-291

กลายเป็นที่กล่าวถึงในโลกออนไลน์เมื่อมีภาพของ ชยพล มูลศรี หรือชื่อในวงการมวย วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม อดีตแชมป์รุ่นมินิมั่มเวต สภามวยโลก (WBC) ขวัญใจชาวไทย กำลังยืนทำอาหารในร้านแห่งหนึ่ง

ซึ่งเมื่อแฟนหมัดมวยได้เห็นภาพดังกล่าว ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ถึงอนาคตของเจ้าตัวว่าแท้จริงแล้ว กำปั้นจอมเก๋าวัย 35 ปี ได้ตัดสินใจหันหลังให้กับวงการกำปั้นแล้วหรือยัง ถึงได้มาเปิดกิจการรับทำอาหารแบบนี้

ล่าสุด “ครูแหลม” พันโทสุภาพ บุญรอด เทรนเนอร์ส่วนตัวของ “ยักษ์แคระ” ได้ออกมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ว่า ตัวของวันเฮงนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องแขวนนวมอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ส่วนเรื่องที่มีภาพยืนทำอาหารนั้นเป็นเพียงการหารายได้เสริมเท่านั้น เพราะในตอนนี้เจ้าตัวยังรั้งรองแชมป์โลกอันดับ 1 ในพิกัด 105 ปอนด์ของสภามวยโลก มีสิทธิที่จะสามารถกลับไปทวงแชมป์โลกคืนได้

โดยเจ้าตัวได้เปิดร้านอาหารตามสั่งชื่อว่า “วันเฮงอาหารตามสั่ง & ผัดไทแชมป์โลกสูตรคุณยาย” ตั้งอยู่ที่ซอยอ่อนนุช 80 เขตประเวศ กทม. ใครผ่านไปก็ไปอุดหนุนเจ้าตัวกันได้

สำหรับ วันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม มีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกรุ่นมินิมั่มเวต (105 ปอนด์) ของสภามวยโลก สามารถป้องกันแชมป์ได้มากถึง 12 ครั้ง ครองแชมป์โลกยาวนานถึง 6 ปี

นอกจานี้ยังเคยทำสถิติชนะรวด 54 ไฟต์ ทุบสถิติบนสังเวียนผ้าใบของ “เดอะมันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ กำปั้นไร้พ่ายชาวสหรัฐฯ ที่ทำสถิติชนะรวด 50 ไฟต์ ลงได้สำเร็จ ก่อนที่จะมาเสียแชมป์โลกไปในการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 13 กับ ปัญญา ประดับศรี (เพชรมณี ซีพีเอฟ) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา

รวบรวมข่าวสาร วงการมวยสากล จากทั่วทุกมุมโลก !!